Pinyuda's profileที่จริงดิฉันเป็นคนฉลาด ร...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    February 25

    ปัญญาชนแปลว่าอะรายอะคะ?


    จริงอยู่ค่ะว่าดิฉันก็พอมีการศึกษา ร่ำเรียนอยู่ในระดับที่สูงกว่าชาวบ้านชาวซ่อง

    แต่ดิฉันขอกล่าวไว้ตรงนี้นะคะ ว่าดิฉํนไม่ได้เป็นปัญญาชนค่ะ

    สถานภาพความเป็นปัญญาชนเป็นสิ่งที่ดูสูงส่งเกินกว่าดิฉันจะรับไหว

    อีกอย่างนึงนะคะ ยิ่งดิฉันเรียนมาก ดิฉันก็ยิ่งรู้สึกโง่มากตามลำดับ

    คนโง่ๆอย่างดิฉันเป็นปัญญาชนไม่ได้หรอกค่ะ







    แต่เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อน

    แบบนี้ปัญญาชนแปลว่าคนฉลาดๆเหรอคะ?

    ดิฉันไม่แน่ใจอะค่ะ  พยายามคิดแล้วนะคะ แต่คิดไม่ค่อยออก

    แต่จะเป็นไรไปละคะ ก็ดิฉันมันไม่ใช่ปัญญาชน

    ใครคิดออกช่วยมาตอบดิฉันหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ


    January 01

    สวัสดีปีใหม่ ไฟไหม้ซานติก้า

     

    *wwf นิก™] :: ง่ามง๊ามง่าม พูดว่า (18:26):

    เกือบตายแน่ะ

    สวัสดีปีใหม่ ไฟไหม้ซานติก้า พูดว่า (18:26):

    อยู่ที่นั้นเหรอ

    *wwf

    นิก™] :: ง่ามง๊ามง่าม พูดว่า (18:27):

    เยสเซ่อ

    *wwf นิก

    ™] :: ง่ามง๊ามง่าม พูดว่า (18:27):

    ดีนะเพื่อนทั้งโต๊ะไม่เป็นไรเลย

    สวัสดีปีใหม่ ไฟไหม้ซานติก้า พูดว่า (18:27):

    กริ๊ดดด

    สวัสดีปีใหม่ ไฟไหม้ซานติก้า พูดว่า (18:27):

    เล่าให้ฟังหน่อย

    สวัสดีปีใหม่ ไฟไหม้ซานติก้า พูดว่า (18:27):

    หนีออกมายังไง

    *wwf นิก

    ™] :: ง่ามง๊ามง่าม พูดว่า (18:27):

    ก็มันเค้าดาวเสร็จ

    *wwf นิก

    ™] :: ง่ามง๊ามง่าม พูดว่า (18:27):

    มีเพื่อนอ้วกแตก

    *wwf นิก

    ™] :: ง่ามง๊ามง่าม พูดว่า (18:28):

    เลยพาๆ กันออกมา

    *wwf นิก™] :: ง่ามง๊ามง่าม พูดว่า (18:28):

    จะไปหาไรกิน

    *wwf นิก

    ™] :: ง่ามง๊ามง่าม พูดว่า (18:28):

    เลยรอด

     สวัสดีปีใหม่ ไฟไหม้ซานติก้า พูดว่า (18:28):

    โชคดีที่เพื่อนอ้วก

    *wwf นิก

    ™] :: ง่ามง๊ามง่าม พูดว่า (18:28):

    ดวงดีปีโป้

    *wwf

    นิก™] :: ง่ามง๊ามง่าม พูดว่า (18:28):

    มันกลายเป็นฮีโร่เลย

    *wwf นิก

    ™] :: ง่ามง๊ามง่าม พูดว่า (18:28):

    นี่ถ้ามึงไม่อ้วก พวกกูตายห่ากันหมด

    สวัสดีปีใหม่ ไฟไหม้ซานติก้า พูดว่า (18:29):

    เก๋จริงๆ

     

     

    December 03

    when we look back

     
     
     
     
    มีหญิงสาวคนหนึ่งเคยบอกผมว่า ในสระจุฬามีปลาอานนท์
     
    ผมไม่เคยคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก
     
    เพราะท้ายที่สุดเเล้ว มันก็คือเรื่องเล่า
     
     
     
     
    มันอาจจะมาจากจินตนาการสร้างสรรค์ ความฟุ้งซ่านในความทรงจำ
     
    หรืออาจจะเป็นแค่รูปแบบการใช้ภาษาเชิงกวีเพื่อเสริมแต่งโรเเมนซ์ของเธอให้ดูน่าสนใจก็เท่านั้น
     
    แต่ในที่สุด... ผมก็มาหยุดอยู่ที่ตรงจุดนี้ ที่ๆเธอกับชายหนุ่มที่เธอเเอบหลงรักเคยนั่งคุยกันครั้งสุดท้ายเพื่อบอกลา..
     
     
     
     
    ผมไม่เห็นร่องรอยความทรงจำของเธอ หรือหลักฐานแสดงการมาเยือนของคนทั้งสอง
     
    จะมีก็เเต่เพียงเศษขยะ คราบดอกไม้ไฟ และ ชิ้นส่วนของเทศกาลลอยกระทงที่เพิ่งผ่านไปเมื่อไม่นานมานี้
     
    ไม่มีใครอยู่รอบสระ .. จะมีก็เเต่นกพิราบกับเต่าที่เราต่างก็ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์อะไรต่อกันมากนัก
     
    บุหรี่ซะอีกที่เป็นมิตรกับผมในตอนนี้ : คอยอยู่เป็นเพื่อน - ช่วยฆ่าเวลา
     
    ฆ่าทั้งเวลาในปัจจุบัน และ เวลาในอนาคต ให้สั้นลงกว่าเดิม
     
     
     
     
    ผมมองหารอยแผลของความเจ็บปวดที่หญิงสาวเคยบรรยาย
     
    แต่ผมก็ไม่พบอะไรนอกจากรอยปริแตกของก้อนหินและนกพิราบขาเดียวที่ยืนแยกจากฝูงไปตามลำพัง
     
    จะว่าไป... หญิงสาวคนนั้นอาจลืมไปเเล้วก็ได้ ว่าเธอเคยหยุดอยู่ตรงจุดนี้
     
    ฃึ่ง "จุดนี้" ที่ผมว่า มันไม่ได้หมายถึง สระน้ำจุฬา
     
    แต่หมายถึงว่า เวลาที่มีความรักกับใครบางคน
     
     
     
     
    นับจากวันนั้น จนถึงวันนี้ - เกือบปีที่ไม่มีอะไรใหม่ - โลกยังคงหมุนไป - ชีวิตก็ยังคงดำเนินไม่ต่างจากเดิม 
     
    จริงอยู่ที่ว่าภาพรวมมันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง มนุษย์เราก็ยังคงต้องกินต้องขี้ต้องฉี่ต้องเยี่ยวเหมือนเดิม
     
    แต่ถึงยังไง เราก็คงบอกไม่ได้อยู่ดีว่าชีวิตทุกวันนี้มันไม่ต่างจากเมื่อ 300 ปีก่อน 100 ปีก่อน 50 ปีก่อน หรือ เมื่อปีก่อนๆ
     
    เราอาจจะฉลาดขึ้น หรือ โง่ลง ก็สุดแล้วเเต่จะคาดเดา
     
    ในรายละเอียดปลีกย่อยมันมีอะไรที่แตกต่างกันออกไปเสมอ
     
    ผมว่ามันทำให้ชีวิตของเราดูน่าสนใจ
     
     
    และแม้ชีวิตจะดำเนินไปในวิถีทางที่แปลกประหลาด
     
    แต่ผมเชื่อว่าโลกของเราดำเนินต่อไปอย่างสมเหตุสมผลในความไร้กฎเกณฑ์
     
    เราอยู่บนสมมติฐานของความเป็นไปได้ที่ไม่อาจทำนายในท้ายที่สุด
     
     
     
     
    มาถึงจุดนี้ (ผมหมายถึงจุดบรรทัดที่คุณกำลังอ่าน)
     
    คุณอาจไม่เข้าใจว่าผมกำลังพูดถึงอะไร
     
    เเต่ผมว่ามันคงไม่เป็นไร เพราะสุดท้ายคนเราอาจไม่ได้เกิดมาเพื่อหาคำตอบ
     
    หรือเพื่อเพื่อเข้าใจ ในที่สุดเเล้วสิ่งที่เราทำได้ ก็มีแค่เพียงยอมรับมัน
     
     
     
     
    ผมจุดบุหรี่ตัวสุดท้าย
     
    บางทีบุหรี่ที่เราคิดว่ามันกำลังฆ่าเวลา
     
    มันอาจจะกำลังให้ค่ากับช่วงเวลาบางช่วงในชีวิตของเราให้มันดูเด่นชัดขึ้นก็ได้...
     
     
     
     
    อากาศหน้าหนาวทำให้ผมรู้สึกสุขใจและเป็นสุข
     
    ไม่ว่าหญิงสาวคนนั้นกำลังทำอะไรอยู่
     
    ผมก็ได้แต่หวังว่า ตอนนี้เธอคงรู้สึกเช่นเดียวกัน.
     
     
     
    18.11.2008
     
     
     
    August 07

    Amway ; i am da way of dis fuckin'age

     

     

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    รู้สึกยังไงกะแอมเวย์

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    คิดถึงชาร์ล ดาร์วิน

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    The fittests gain almost everything

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    ยังไง

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    ระบบมันดีสำหรับคนที่อยู่บนยอด

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    อื๋อ

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    ชาร์ล ดาร์วิน ทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติหรอ

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    ไม่เกี่ยวกับส่วนนั้น

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    แต่คือคนที่แข่งเเกร่งนั้นน่ะ ถึงจะอยู่ได้

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    เข้มแข็งคือ เงินหนา คอนเนกชั่นดี

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    คนข้างล่างเสียผลประโยชน์ปะ

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    แล้วถ้าคนข้างล่างหาคอนเนคชันแล้วกลายเป็นคนข้างบนล่ะ

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    มึงจะทำแอมเวย์

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    แต่มึงไม่มั่นใจ

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    ตอนนี้มึงเลยพยายามดูความเป็นไปได้ที่จะหาประโยชน์จากมันอยู่

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    ป่าว

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    กุไม่ชอบแอมเวย์

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    แต่คนใกล้ตัวเริ่มเป็นมนุษย์แอมเวย์

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    กูไม่ได้ไม่อยากให้มันเป็น แต่กูอยากให้มันเลิกล้างสมองกู กูรำคาญ

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    กูไม่ได้ไม่ชอบแอมเวย์

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    แต่กูไม่สบายใจที่จะข้องแวะกับมัน

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    ของกูเป็นอารมณ์แบบว่า ชอบดูการทดลอง ชอบฟังหลักการ แต่กูไม่ได้จะเอาไปใช้จริง เข้าใจปะ

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    กูแค่สนใจว่ามันเป็นยังไง กูไม่ได้สนใจว่ากูจะทำ

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    แต่เพื่อนกูก้อคิดว่ากูสนใจจริงๆ

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    กูกำลังหนีชีวิตทุนนิยมแบบสุดโต่งอยู่

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    มันบอกว่า ทำแล้วจะได้เงินซื้อนั่นซื้อนี่

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    แต่กูไม่อยากได้นี่นา

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    กุกลัวนิสัยเสีย ถ้าทำ แล้วได้ตังขึ้นมา กูก้อจะกลายเป็นมนุษย์ทุนนิยม

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    แค่คิดก้ออี๋แล้ว

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    มีใครสักคนเล่าให้กูฟังว่า

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    คุณภาพสินค่าของแอมเวย์ในเมืองไทยกับที่อเมริกาไม่เหมือนกัน

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    จิงหรอ

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    แอมเวย์เป็นยี่ห้อที่คนที่นั้นไม่ใช่เเล้ว

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    สิ่งที่มันกำลังทำอยู่ตอนนี้คือพยายามหาตลาดใหม่ในประเทศโลกที่สาม

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    ถ้าเป็นแบบนี้ก้อน่ากัว

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    ซึ่งการดรอปคุณภาพสินค่าลงก็ทำได้ง่ายเพราะเราเป็นประเทศที่ไม่มีการตรวจสอบ คุ้มครองผู้บริโภคสำหรับเรื่องเบบนี้

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    เพราะรัฐบาลเอาเวลาไปติดไฟฉลองวันแม่หมด เลยไม่มีใครสนใจจะดูแลผู้บริโภคอย่างเราๆ

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    แต่คุณภาพสินค้ามันก้อยังดีกว่าสินค้าอื่นๆ ในท้องตลาดนะ

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    กุเคยคุยเรื่องแอมเวย์กับแท๊กซี่

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    เค้าบอกว่าเค้าเคยไปอบรม และสมัครสมาชิก

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    แต่เค้าไม่ได้ตัง เค้าเลยเลิก

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    มันก็คือการทำงานแบบหนึ่งนั้นแหละ

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    แอมเวย์เนี่ย

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    ไม่ต่างอะไรกับขายตรงจริงๆ

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะสมัครแล้วรอเงินเข้ามาเอง

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    ยังไง ทำมาก ก้อได้มาก

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    อืม

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    มันต้องสร้างเครือข่ายนะ

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    อืมมม

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    คำดีๆ ของการล้างสมองคนอื่น

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    มึงก๋เข้าใจถูกแล้ว

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    กูอยากรู้ความเห็นมึงเฉยๆ

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    สิ่งที่ทำให้เเอมเวย์โตขึ้นมาได้

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    มันไม่ใช่แค่การสร้างเครือข่าย

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    แต่ยังรวมไปถึงความรู้สึกเป็นพวกเดียวกัน

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    การสร้างcommunityในกลุ่มสมาชิก

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    มันเลยแข็งแรง

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    แล้วก็อย่างที่เราเห็น

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    คนพวกนี้จะปฏิเสธสุดกู่ ถ้าเราบอกว่าแอมเวย์คือการขายตรง หรือการล้างสมอง

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    เพราะในแง่หนึ่งแอมเวย์ก็เป็นสถาบันที่เค้ายึดเป็นส่วนหนึ่ง

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    ถ้าเราบอกว่ามันผิดก็จะกลายเป็นว่าเขาคิดผิดด้วย

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    จึงไม่แปลกเลยถ้าจะเห็นคนพวกนี้พูดแทนแอมเวย์

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    เหมือนลัทธิเลย

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    ใช่คำว่าองค์กรดีกว่า

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    ความจริงไม่ว่าจะเป็น ศาสนา ลัทธิ องค์กร โรงเรียน กลุ่มคน

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    ถ้ามันสร้างความรู้สึกร่วมให้ศรัทธาในคุณค่าสักอย่างร่วมกันได้ก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่นัก สำหรับกูนะ

    ][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    คนที่ทำแอมเวย์ผิดมั๊ย

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    แต่ถ้าถามว่าผิดมั้นที่ขายแอมเวย์ กูว่าไม่ผิด คนทุกคนย่อมจะแสวงหาโอกาสให้กับตัวเอง ซึ่งเค้าจะเลือกทางนี้ก็ไม่ผิด

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    แต่ที่น่าสนใจคือ เค้ารู้หรือเปล่าว่าสิ่งที่แอมเวย์ทำอยู่มันคืออะไร

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    แล้วกับคนเหล่านั้น ก้อต้องปล่อยไป?

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    ซึ่งมันก็มองยาก

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    เพราะเค้าอาจจะรู้ว่ามันเป็นไง แต่เมื่อหาประโยชน์ร่วมกันได้มันก็ยังอยู่ด้วยกันได้ไปเรื่อยๆ

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    หรืออาจจะไม่รู้ แต่เชื่อในแอมเวย์จริงๆว่ามันดีต่อชีวิตเขา

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    แต่จะพูดไป คนพวกนั้นก้อได้ประโยชน์จากแอมเวย์จริง โดยนำมาซึ่งผลกระทบเงียบๆ อย่างไม่รู้ตัว

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    ผลกระทบเงียบๆ อย่างเช่น โดนเพื่อนเอามานินทาหลังจากมันมาชวนกูสมัครแอมเวย์

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    555+

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    นี่ไม่เงียบ

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    อันนี้มีเสียง

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    แต่ที่น่าสนใจคือ แอมเวย์เค้ามีการพัฒนานะ

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    มีลูกล่อลูกชนอะไรเยอะมาก

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    บางทีเรายังไม่รู้เลยว่ามันจะทำอะไร

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    แต่ประเด็นคือ เค้าเล่นกับเรื่องโอกาสในชีวิตค่อนข้างสูง

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    เห็นระบบธุรกิจได้รับรางวัลจากทั้งจุฬาฯ ธรรมศาสตร์

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    แล้วอาจารย์ก้อทำเป็นตัวอย่างให้ลูกศิษย์เยอะแยะ

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    สิ่งที่น่าสนใจคือมันเสนอโอกาสและทางเลือกให้กับชีวิต ซึ่งเราไม่ค่อยพบในระบบธุรกิจอื่นๆ

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    อืม

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    นี่แหละ คนถึงอยากทำ

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    สังเกตดู ว่าตอนนี้คนสมัครแอมเวย์เยอะ

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    เพราะสภาพเศรษฐกิจมันมืดเหลือเกิน

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    แล้วยิ่งคนใกล้ตัวประสบความสำเร็จ ก้อยิ่งน่าทำ

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    ถ้าเปรียบไปแอมเวย์ก็ให้ความหวังและก็แสงสว่างกับชีวิตเค้า

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    เป็น god ไปแล้ว

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    ถึงแม้ว่าท้ายที่สุดแล้ว เราอาจไม่รู้เลยก็ได้ว่าแสงที่มันนำมาจะพาเราไปสู่จุดไหน

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    อืมๆ

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    กุอาบน้ำแระ

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    จะไปเรียน

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    เออ

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    กูก็ต้องทำทีเอ

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    แม่งจนสัด

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    อย่ามาขายแอมเวย์ใส่กูนะ

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    กูทำแล้วกูไม่รู้จะเอาตังไปทำไร

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    มันมากไป

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    ซื้อรถให้ผัวมึงก่อนเลย

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    มึงจะได้เลิกเป็นสก๊อยซ้อนมอไซด์ซะที

    [b][[ [c=30]Z[/c] [c=20]s[/c] [c=28]

    à[/c] [c=32]k[/c] [c=6]e[/c] [c=36]Z[/c] ]][/b] : I am on my way. says:

    งั้นเด๋วกูเริ่มทำเลยแล้วกัน

    พิ้ง >> P a z : i miss my lost book says:

    โชคดีอีดอก

     

     

    June 24

    ได้แค่นี้แหละค่ะคุณแม่

     

     

    มีเรื่องหนึ่งที่ชั้นยังไม่ได้บอกทุกคนคือ

     

    ตอนนี้ชั้นมีแฟนแล้ว

     

    ชั้นรู้ว่ามันฟังไม่น่าเชื่อ

    แต่ก่อนอื่นขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ อย่าได้แตกตื่นตกใจ

    ผู้ชายที่มาคบกับชั้นก็เป็นมนุษย์ปุถุชนเหมือนชาวบ้านเค้า

    ตื่นเช้า นั่งรถเมล์ไปมหาลัย เล่นhi5 ดูบอล นอนดึกเหมือนกับทุกๆคน

    แพทก็เป็นผู้ชายหน้าตาเรียบร้อยคนหนึ่งที่ชอบคบหากับคนประหลาด

     

    อาทิเช่น

    พี่พุฒิ นักร้องนำวงภูมิจิตที่ชอบกินสาหร่ายเบตารุเป็นอาหาร

    น้องปิ๊ง เด็กเซนโยม.5ที่สามารถนั่งฟังCDได้หน้าตาเฉย ขณะร่วมโต๊ะอาหารกับเพื่อนๆ

    สามารถทำตัวหว่องได้นานเหมือนใส่ถ่านอาคาไลน์โดยไม่ยี่หระสภาวะรอบข้างได้เป็นเป็นชั่วโมง

    นี่ยังไม่รวมไปถึงคุณธเนศ ผู้กำกับหนังสั้นเจ้าของรางวัลหมาซนจากFat award

    คนที่ชวนชั้นไปดูงานที่Fuse Campทำให้ชั้นได้เจอแพทแล้วก็คบหากันเรื่อยมา

     

    แต่เรื่องที่ชั้นคบกับแพทได้ยังไงนั้น มันไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

    ที่ชั้นจะพูดถึงคือ เมื่อวานชั้นไปบ้านแพทมา

    (ไม่มีฉากเซิ้ง ถ้าชั้นทำให้ใครผิดหวังก็ขอโทษด้วย)

    ที่ชั้นทำก็แค่ไปนั่งๆนอนๆ ใช้คอมบ้านเค้า เอาหนังสือเค้ามาอ่าน เอาหนังเค้ามายืมก็เท่านั้น

    ไม่ได้มีฉากน่าตื่นตกใจอะไรแม้แต่นิด จะมีก็แต่ตอนจะกลับบ้านเนี่ยแหละ สะเทือนใจกูมาก

     

    ก่อนกลับบ้านชั้นก็ไหว้พ่อไหว้แม่แพทตามธรรมเนียม

    จะว่าไปมันก็เป็นครั้งแรกที่แม่แพทกับชั้นเจอหน้ากัน

    ซึ่งชั้นเองก็เกร็งพอสมควร พยายามจะเรียบร้อยไม่ทำตัวกวนตีนให้เค้าเกลียดขี้หน้า

    ไม่รู้จะสำเร็จมั้ย แต่หลังจากที่ชั้นกลับไป แม่เค้าแอบคุยกะแพทด้วยว่า

    .

    .

    .

    นึกว่าจะสวยกว่านี้

    .

    .

    .

    กริ๊ดดดดดดดดดดด

    ชั้นฟังแล้วจิตตกไปเลย อีดอก ประโยคนี้มันก้องอยู่ในหัวกูมาก

    คือ กูสวยได้แค่นี้แหละค่ะ ถ้ารู้ว่าจะมีคนมาคอยดูหน้า กูคงแต่งตัวดีกว่านี้ แต่นี่กูไม่รู้ไงวะ

    แม่ง กูเข้าใจแล้วว่าแล้วทำไมตอนเจอกันแม่เค้ามองหน้าชั้นแปปเดียวแล้วก็เมินหน้าหนี

     

    หน้ากูเหี้ยขนาดนั้น?

     

    ชั้นนึกถึงอีพวกโฆษณาแฟร์ซ่า ซันซิล โอเรย์โทเทลเอฟเฟคอะไรพวกนี้เลยแก

    ที่พออีนางเอกสวยสามีมันก็หลง แม่ผัวมันก็ปลื้ม

    ตอนแรกชั้นมองว่านี่มันBeauty Mythชัดๆ อีห่า พอสวยเสร็จชีวิตก็เปลี่ยนเป็นหน้ามือหลังตีน

    กูแอบหัวเราะกับตัวเองว่าอีโฆษณาพวกนี้มันไร้สาระเนอะ

    จะเป็นไปได้ไงวะ สวยเข้าหน่อยทุกอย่างในชีวิตมึงก็ง่ายหมดเลย

    ได้งานดี มีผัวรัก แดกกะปิไม่ล้างปากคนเค้ายังชม

     

    ...มันอาจดูไร้สาระ แต่อาจเป็นไปได้สำหรับสังคมแบบที่เราอยู่ก็ได้...

     

    มันมีที่ทางให้คนสวยๆอยู่เสมอแล้วคนไม่สวยจะอยู่ตรงไหน?

    คำตอบหาได้ง่ายมากจากละครไทยที่ปัดอีไม่สวยเป็นตลกหรือคนใช้

    แล้วให้คนหน้าเล็กๆตัวผอมๆเป็นนางเอก ถ้าเอ๊กซ์ๆหน่อยก็จะได้เป็นนางร้าย

    ผลิตละครแบบนี้มาไม่รู้กี่ยุคกี่สมัยให้แม่บ้านดู

     

    ทีนี้มันมีปัญหาตรงที่ว่าแม่ๆทุกคนก็มักเห็นลูกตัวเองเป็นพระเอกนางเอกไปด้วย

    เห็นได้จากแม่ภราดรเป็นตัวอย่าง

    แม้เธอจะมีลูกตัวใหญ่ ปากหนา หน้าเหมือนปลามังกร แต่ก็ยังมองว่าลูกชายตัวเองหล่อเลือกได้เสมอ

    อีทาทามาจีบก็ไม่เอา หาว่าอีนี่ครองตนไม่ดี เต้นกินรำกิน แต่งตัวเอ๊กซ์ไป

    ต้องได้เมียเป็นนางงามจักรวาลถึงจะตายตาหลับ นาตาลีสิที่คู่ควรกับลูกชายชั้น

    โถ อีดอก ลูกมึงหล่อตายไปเลย อีนาตาลีก็ต้องคิดบวกมากๆถึงอยู่กะภราดรได้

    หรือไม่ก็ชอบอะไรเอ็กซอติกจัดๆอาทิเช่น เป็นคนรักสัตว์ ชอบเลี้ยงมนุษย์ปลามังกร

     

    คือนี่ชั้นพูดเฉยๆนะ ไม่ได้พาดพิงใคร แล้วก็ไม่ได้มาเรียกร้องสิทธิสตรีอะไรด้วย

    ชั้นก็แค่บ่นๆ ไม่ต้องมาเห็นอกเห็นใจชั้น แล้วไม่ต้องซื้อโอเรย์มาให้ชั้นใช้ด้วย

    ไม่สวยก็อยู่ได้ ไม่แคร์ว่ะ

     

       


    May 28

    มันหนักกะลาหัวแม่มึงนักหรือไง?

     
     
    เวลา22นาฬิกา 30นาที ณ สี่แยกบางประกง :
    ถนนคราคร่ำไปด้วยแท๊กซี่
    แต่กลับไม่มีรถเมล์สักคันที่ต้องการวิ่งอยู่บนถนน...
     
     
     
    อันที่จริงแล้ว...
    สำหรับผู้คนหลากหลายที่ยืนชะเง้อคอรอรถอยู่ริมถนนเหล่านั้น
    ถ้าเลือกได้ พวกเขาคงอยากขึ้นแท๊กซี่มากกว่าไปอัดบนรถเมล์ร่วมกับผู้คนนับสิบ
     
     
    แต่ทำไมคนถึงขึ้นรถเมล์กันน่ะเหรอ?

    แน่นอนว่าคนไทยไม่ได้รักกันขนาดนั้น
    อะไรจะสมัครสมานสามัคคีอยากยืนเบียดกันตลอดเวลา
     
    ไม่ใช่ชางบ้านบางระจันนะ 
    ที่จะยืนสู้รบกันเคียงบ่าเคียงไหล่จนตายกันไปข้าง

     


    แต่ประเด็นคือ...
    ในปัจจุบันนี้แม้คนไทยจะไม่ได้ถูกซัดจากพม่า(อย่างที่ประวัติศาสตร์บอกเรามา)
    แต่ขณะนี้คนไทยส่วนใหญ่ก็ร่อแร่เพราะพิษเศรษฐกิจเรื้อรัง
    ข้าวก็แพง น้ำมันก็ก็แพง มีพระเพื่อนก็มีพระเเพง

    ...แม่งจะบ้ากันไปใหญ่แล้ว...

    สรุปคือ คนไทยแม่งจน ก็เลยขึ้นรถเมล์

    ที่จริงถ้าบอกแบบนี้ตั้งแต่ทีเเรกก็สิ้นเรื่องเเล้ว...แต่แม่งไม่มันส์

     

     
    กูเองก็เป็นคนไทยจนๆคนหนึ่งที่ยืนรอรถเมล์เพราะไม่มีปัญญาขึ้นแท๊กซี่
    กัดฟันยืนรอจนเมื่อย ของกูก็เยอะ หนักก็หนัก แต่ก็ต้องทน

    กูหันไปมองสีหน้าคนรอบข้าง แม่งก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่
    ทุกคนดูเหนื่อยกันทั้งนั้น ทำงานมาหนัก
    แทนที่เลิกงานเเล้วจะได้กลับบ้านสบายๆ กลับต้องมาเสียเวลานอนไปกะการรอรถ
    แถมพรุ่งนี้ก็ต้องรีบตื่นมาไปทำงานแต่เช้า ต่อสู้กับรถติด ทั้งจนทั้งเครียด โคตรเสียสุขภาพ

    กูว่าเรามีหวังได้ตายเร็วกันยกประเทศเเน่ถ้าเป็นอีหรอบนี้ไปเรื่อยๆ
     
     
     
     
     
    เวลาผ่านไป20นาที...
    ด้วยสภาพถนนที่โล่งขนาดนี้ กูน่าจะถึงบ้านเเล้วแท้ๆ ติดก็เเต่ไม่มีรถเมล์ให้ขึ้น
    ไม่เข้าใจเลย เงินภาษีที่เสียไปมันหายไปไหนหมดวะไอ้แม่เย็ด
    มาถึงตอนนี้กูหงุดหงิดเต็มขั้น ความอดทนน้อยลงเรื่อยๆ
    มนุษย์รอบตัวก็ดูหมดอาลัยตายอยาก ทุกคนอยากกลับบ้าน แต่ติดที่ว่าไม่มีรถเมล์
     
     
    ในที่สุดกูก็ทนรอไม่ไหว จนต้องหันไปเอ่ยปากถามกลุ่มคนที่ยืนอยู่ข้างๆ
    กูถามเค้าว่าเค้าจะไปบางแคหรือเปล่า
    เค้าตอบกลับมาว่า
     
    "จะปะบางแค"
    สำเนียงเค้าติดกระเหรี่ยงนิดหน่อย
    แต่ไม่เป็นไร นี่มันไม่ใช่เวลาที่จะมาเหยียดชาติพันธุ์
     

    กูเสนอเค้าว่าให้ไปลงด้วยกันเเล้วหารเงินกันเอามั้ย
    กูมีคนเดียว แต่เค้ามากับเพื่อนอีก2คนรวมเป้นสี่ หารกันเต็มที่ไม่ถึงยี่สิบแน่ๆ
    ถ้ากูหน้าเถื่อนหน่อยเค้าคงไม่ยอมไปเพราะกลัวโดนปล้น
    แต่โชคดีที่หน้าตากูดูไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร เค้าเลยตกลงใจไปด้วย
     
     
    เป็นอันว่ากูได้เพื่อนร่วมทาง
    ไม่ต้องทนรออีรถเมล์สายซ้อเจ็ดอีกต่อไป
    กูไม่ง้อมึงหรอก เล่นตัวนักก็อย่าขึ้นมันเลย
     

     

     
    กูเรียกแท๊กซี่คันที่ใกล้ที่สุด บอกเค้าว่าไปบางแค เค้าตอบตกลง มนุษย์สี่คนขึ้นรถ โดยมีกูนั่งหน้า
    ที่นี้คนที่เค้ามากะกูเนี่ย มีคนนึงที่เค้าอยากลงที่ฟิวเจอร์ปาร์คบางแค (มีคำว่าปาร์คด้วย เป็นห้างเกาหลีแน่ๆ)
    และกูจะลงแถวตลาด ส่วนอีกสองคนเค้าบอกว่าเค้าอยากต่อรถไปบางบอน
    มาถึงจังหวะนี้ แท๊กซี่เริ่มเกิดอาการไม่พอใจ
    เเม่งบอกว่าถ้าต้องจอดหลายที่มันไม่ยอม มันจะจอดส่งที่เดียว
    กวนตีนเหี้ยๆบอกว่าขี้เกียจเบรครถ
     
     

    กูพยายามประนีประนอม บอกให้เค้าใจเย็น
    กูขอตกลงกันก่อน พี่กระเหรี่ยงกะกูยังคุยกันไม่จบ
    แต่พูดไปก็เท่านั้น เสือกไม่ฟังกู พล่ามอะไรของมันไม่รู้ยาวชิบหาย
     

    พี่กระเหรี่ยงเค้าก็ยังสัมผัสไม่ได้ว่าแท๊กซี่เริ่มวีนแตก ยังคงยืนยันว่าจะนั่งต่อไปบางบอน
    ในขณะที่คนขับก็ไม่อาจหยุดปากตัวเองให้หุบลงได้
    กูขี้เกียจนั่งฟังคนพวกนี้บ่นตลอดทาง
    คนอื่นจะเป็นไงไม่รู้ แต่กูอะปวดหัว
     
     
    กูหันไปหาพี่กระเหรี่ยง
    อธิบายให้ฟังว่าแท๊กซี่จะไม่ยอมไป ให้เค้าต่อรถใหม่ที่ตลาดได้มั้ย เค้าพยักหน้างึกงักบอกว่ายังไงก็ด้ะ
    กูหันกลับมามองหน้าไอ้แท๊กซี่ขี้วีนนั้น
    ถามมันว่า ถ้าจอดส่งคนที่ฟิวเจอร์ก่อนคนนึงแล้วไปจอดที่ตลาด แล้วมึงจะไปตายที่ไหนก็เรื่องของมึง โอเคไหม?
    มันก็บอกว่า "โอเค ถ้าพูดมาแบบนี้ตั้งแต่เเรกก็จบเเล้ว"
    แม่งก็ดี กูขี้เกียจเถียงกะแม่ง จบเป็นจบไปเลยแล้วไม่ต้องพูดเหี้ยอีกเลยก็แล้วกัน

     

       

    แต่กูก็นั่งสงบๆไม่ถึง10วินาที
    เสียงบ่นก่นด่าของคนขับก็เริ่มโปรยปรายใส่รูหูอีกครั้งด้วยประเด็นเดิมที่ว่าด้วยเรื่องการจอดรถส่งหลายที่
    มันบอกถ้าจะให้จอดอะที่จริงต้องกดมิเตอร์ใหม่ทุกครั้งนะ ไม่งั้นผู้โดยสารก็ได้กำไรในขณะที่มันขาดทุน

    ในที่สุด กูเริ่มทนไม่ไหวตอนที่มันเสือกบ่นว่าเป็นแท๊กซี่หาเงินลำบากแล้วยังโดยเอาเปรียบ
    อีเหี้ยแล้วพวกกูหาเงินกันง่ายนักหรือ เงินมันคงหล่นจากท้องฟ้าให้กูเก็บมาปาใส่หัวแม่มึงเล่นได้กระมั้ง
    แล้วการที่มึงจะเบรครถเเต่ละครั้งมันจะหนักหนาร้ายแรงถึงขึ้นทำให้ญาติมึงขาดใจตายไปทีละคนหรืออย่างไร?
    ถึงได้มาบ่นไม่เลิกแบบนี้
     

    พอกันซะทีฟิวกูขาดละ
     คือคนอื่นเค้าจบเรื่องกันเเล้ว มีแต่มึงเนี่ยเเหละที่ยังพล่ามไม่เลิก
    "ช่วยขับรถไปเงียบๆได้ไหม" นี่คือคำที่หลุดจากปากกู
    คาดว่าคงชัดเจนพอที่จะทำให้มันเงียบได้
    เพราะถ้าแม่งไม่เงียบกูจะเริ่มหักพวงมาลัยรถไปชนเสาไฟฟ้าให้ตายกันยกคันซะ
    รำคาญแม่งชิบหาย
     
     
     
    แต่สุดท้ายก็เข้าอีหรอบเดิมแหละวะ
    กูนั่งสงบไม่ถึง10วิ เสียงบ่นก่อนด่าของคนขับก็ลอดเข้าหูกูอีกครั้ง
    เพียงแต่ครั้งนี้เป็นภาษาจีน
     
    "@^#*)#&^#!!!"
     
    เห้ยยยยยยย อีเหี้ยกูฟังไม่ออก !!!
     
    "+)$KD^)#)($&+#$*($^&@!!!!!!"
     
    กริ๊ดดดด~ อีห่า อะไรก็ไม่รู้มาเป็นชุดเลย

     


    มาถึงตอนนี้กูแค้นใจมาก
    ทั้งๆที่มีเชื้อเจ๊กในระดับพันธุกรรมกว่า100%
    แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้กูฟังที่มันพูดรู้เรื่องแม้แต่น้อย

    กูไม่รู้ว่ามันด่าอะไร แต่รู้สึกเจ็บปวดมาก
    รู้สึกว่าอีห่ามึงโง่หนิ แค่นี้ก็ฟังไม่ออก ภาษาเดียวกะที่อาเหล่าม่ามึงพูดแท้ๆ
     
     
    การที่มันด่าภาษาจีนที่เราฟังไม่ออก ตอบโต้ไม่ได้ คงทำให้รู้สึกสะใจมากสินะ
    จะมากไปแล้วนะอีดอก พอคิดแบบนี้กูก็ทนไม่ไหว  เลยหันไปด่ามันกลับว่า
     
     
     
    "VENTIOCHO!!!"
     
     
    ได้ผล...มันเงียบเลย มันคงกำลังมึนๆอยู่ว่ากูด่าอะไรวะ
    ทั้งๆที่จริงเบนตีโอโช่ก็ไม่ใช่คำด่าอะไรสักหน่อย
    มันก็แค่แปลว่า 28 ในภาษาสเปนเท่านั้น
    แต่พอออกเสียงแรงๆเเล้วมันกลายเป็นคำที่หนักมากจนมันต้องหันมามองหน้ากูด้วยความมึนงง
    ก่อนที่มันจะเอ่ยปากพูดอะไรอีก กูจะต้องซัดซ้ำไม่ให้มันตั้งตัว

     

    "Je suis coralie et toi tu t'appelles comment? je m'appelle anna bon anniversaire!!"
     
     
    กูพูดจบ รถก็มาถึงตลาดพอดี
    กูจ่ายเงินด้วยแบงค์ยี่สิบสี่ใบ ลงจากรถ ปิดประตูกระแทกใส่หน้ามัน พร้อมกับใบหน้าที่ฉายแววมีความสุข
    สายตาขึ้งเเค้นของคนขับพุ่งผ่านกระจกมาฟาดหน้ากูจังๆ
    แต่ไม่เป็นไร กูยิ้ม ชูนิ้วกลางให้แม่งก่อนจากลา

     


    รถบึ่งไปไกลเเล้ว
    วีรกรรมของกูคงถูกถ่ายทอดผ่านปากอีคนขับนี้ไปถึงผู้โดยสารคนต่อไปเป็นแน่
    ปากเปราะอย่างมึง กูว่าไม่น่ารอด
     
     
     
    กูเรียกมอไซด์เจ้าประจำนั่งเข้าบ้านตามปกติ
    แม้ว่ากูจะไม่มีทางรู้แน่ๆว่าแท๊กซี่ชาติเจ๊กมันด่าอะไรมา
    แต่อย่างน้อยกูก็สบายใจได้ว่ามันก็ไม่รู้คำที่กูพูดเหมือนกัน
     
     
     
    นั้นสินะ...
    ถ้ามันรู้คงไม่ทำหน้าโกรธกูขนาดนั้นหรอก
     
    รับรองได้เลย
     
     

    *คำแปลฝรั่งเศส-ไทย*
    Je suis coralie
    ฉันชื่อโคราลี
    et toi
    เธอละ
    tu t'appelles comment?
    เธอชื่ออะไร
    je m'appelle anna
    ฉันชื่ออันนา
    bon anniversaire!
    สุขสันต์วันเกิด
     
     
    เขียนจบเเล้ว เรื่องที่จะเล่ามีเพียงเท่านี้
    ขอให้ทุกคนมีความสุข
    ด้วยรัก จากกู
     
     
     

    April 24

    คนโรเเมนติกไม่ดีต่อโลก แต่คนติสท์แตกแม่งไม่ดีต่ออะไรทั้งนั้น

     

     

     

     

     

    .

    .

    .

    .

    .

     

    ...ความจริงแล้ว...

     

    สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์อาจไม่มีความสำคัญอะไรต่อโลกใบนี้เลยก็ได้

     

    .

    .

    .

    .

    .

     

     

     

    เมื่อไม่นานมานี้ (ที่จริงคือเมื่อ5เดือนที่ผ่านมา)

     

    เราได้มีโอกาสเข้าไปอ่านblogคุณปราบดาโดยบังเอิญ (ที่จริงคือตั้งใจ)

     

     

    เค้าได้สรุปบทความจากหนังสือ The World Without Us ของ Alan Weisman ไว้ประมาณว่า

     

    ถ้าอยู่มาวันหนึ่ง มนุษย์สูญพันธุ์ขึ้นมากะทันหัน สิ่งมีชีวิตอื่นๆในโลกนี้จะไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ จะไม่มีอะไรที่ คิดถึงเรา

    ยกเว้นแต่สัตว์เลี้ยงบางชนิดที่ไม่เคยต้องอยู่ในธรรมชาติด้วยตัวมันเอง

    นอกนั้นแทบจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามนุษย์ได้สูญหายไปจนหมดเกลี้ยง

    ธรรมชาิติจะปกคลุมอารยธรรมของเราอย่างรวดเร็วและกลบกลืนสิ่งที่เราทิ้งไว้ในที่สุด

    นั่นหมายความว่า การมีตัวตนของมนุษย์ไม่ได้มีผลดีต่อโลกแม้แต่น้อย มีแต่ผลเสียล้วนๆ

    (อ้างอิงจาก ปราบดา หยุ่น. คนโรแมนติกไม่ดีต่อโลก. Typhoon days : http://typhoonkoon.wordpress.com/ : 2550)

     

     

     

     

     

     

    มันก็อาจจริง (ที่จริงก็ไม่อาจเท่าไหร่)

     

    ที่มนุษย์อาจไม่ได้มีความสำคัญอะไรต่อโลกใบนี้เลย

     

    การที่เรามีชีวิตอยู่อาจไม่ได้ทำให้โลกใบนี้ดีขึ้น

     

    แต่การตายของเราอาจจะทำให้โลกใบนี้สวยงามกว่าที่เป็น

     

     

     

     

     

     

    คนส่วนใหญ่กลัวตาย

     

    แต่ถ้ามองในแง่นี้การตายก็คงมีประโยชน์ไม่ใช่น้อย...

     

     

     

     

     

    คนบางคนเลือกที่จะตายผ่อนส่งโดยการใช้ชีวิตทิ้งๆขว้างๆ แดกเหล้าสูบบุหรี่ตีกะหรี่เมายาไปวันๆ

     

    จะว่าไป...คนพวกนี้คงรู้สึกว่าอายุขัยที่พระเจ้ามอบให้มา มันมากเกินความต้องการที่จะใช้ชีวิตในโลกนี้ก็ได้

     

     

     

    -------- 

     

     

     

     

    ...ถ้าลองคิดอีกแง่หนึ่ง...

     

    เหล้า บุหรี่ ยาอี กัญชา

     

    มันอาจเป็นสิ่งที่ธรรมชาติส่งมา เพื่อเป็นเครื่องมือในการลดจำนวนประชากรมนุษย์เหี้ยๆให้รีบๆตายห่าไปเสีย

     

    อยู่ไปก็เปลืองทรัพยากร ดื่มวอดก้าเเล้วไปตายซะคงจะดูดีกว่า

     

    เเดกเหล้าแล้วตับวาย

     

    ดูดหรี่แล้วปอดพัง

     

    เล่นยาแล้วสมองเบลอ

     

    ตีกระหรี่เเล้วกระหรี่เจ็บ (เอ๊ะ!)

     

    เรื่องแบบนี้ ใครๆก็รู้ดีทั้งนั้น หนังสือสปช. สลน. กพอ. อตอ. ควย.ก็สอนกันปากเปียกปากแฉะ

     

     

     

     

     

     

    แต่ที่ตลกคือ

     

    เรายังเลือกที่จะใช้ชีวิตโดยมีสิ่งเหล่านี้เข้ามาเป็นส่วนประกอบ

     

     

     

     

     

     

     

    จากการสำรวจในช่วง24ปีที่ผ่านมาตั้งแต่มีชีวิตอยู่

     

    มันทำให้เราพบว่าคนที่ต้อนรับสารเสพเหล่านี้เข้ามาในชีวิตจำนวนไม่น้อยไม่ใช่คนโง่ (แปลว่าส่วนใหญ่แม่งโง่)

     

    แต่พวกเขามักถูกจัดในประเภทเป็นคนที่มีปัญหาอะไรสักอย่าง

     

    แดกเหล้าเพราะอกหัก

     

    ดูดหรี่เพราะคิดงานไม่ออก

     

    เล่นยาเพราะพ่อแม่ไม่รัก

     

    ตีกระหรี่เพราะอิจฉาที่กระหรี่สวยกว่าเลยตีซะ นี่แน่ะๆ (โอ๊ย!)

     

    แหมๆ ดูสิ ทุกคนกระแดะอยากมีปัญหากันทั้งนั้น สงสัยอยากเเดกเหล้าเมายากันใหญ่

     

    แต่ทำมาเป็นไม่รู้จะแดกทำไมถ้าไม่มีข้ออ้าง

     

    คนเราแม่งก็ตลก

     

    แล้วนี่กูเขียนอะไรอยู่ก็ไม่รู้

     

    ห่า เพ้อเจ้อไปโลกก็ไม่หายร้อน

     

    กูไปนอนดีกว่า เดี๋ยวพักผ่อนน้อยหน้าจะเหี้ย

     

     

     

     

     

     

     

     

    February 12

    สิ่งที่ทำให้หัวใจอยากหยุดเต้น

    [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF]à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:

    ยากเนอะ ชีวิตอ่ะ...

    ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says:

    นั้นสิ

    กูไม่รู้แล้วว่ารักคืออะไร

    ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says:

    แย่กว่ามึงอีก

    [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF]

    à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:

    มึงรู้แต่เย็ดต้องทำยังไง

    [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF]

    à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:

    55+

    ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says:

    มันเป็นธรรมชาติ

    ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says:

    แต่กูรู้สึกว่าความรักไม่ใช่ธรรมชาติ

    ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says:

    มันเป็นกฎสังคม

    ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says:

    เป็นกฎที่สั่งว่ามึงต้องรักพ่อแม่มึง รักผัวมึงคนเดียว รักและเสียสละเพื่อประเทศชาติ

    [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF]

    à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:

    ยึดติดจัง

    [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF]

    à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:

    แบบนี้ต้องถอดปลั๊กออกจากสังคม

    ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says:

    เราถูกทำให้คิดว่าความรักเป็นคุณค่าสูงสุดที่เราจะพึงมีได้ต่อมนุษย์และโลก

    ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says:

    และสุดท้ายเราก็ต้องเจ็บเพราะคำๆนี้

    ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says:

    เราเจ็บกะมันเพราะมันผิดธรรมชาติ

    ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says:

    เหมือนมนุษย์ที่ใส่ส้นสูงบาดตีนเพราะอยากสูง

    [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF]

    à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:

    แล้วธรรมชาติเนี่ย ความรักมันเป็นคุณค่าสูงสุดด้วยมั๊ย?

    ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says:

    กูว่าไม่ใช่

    ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says:

    มันเป็นวิถีที่ทำให้เกิดความอยู่รอดในเผ่าพันธุ์

    [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF]

    à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:

    แล้วอะไรคือรัก

    [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF]à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:

    คือกฎเกณฑ์

    [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF]

    à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:

    ที่มนุษย์ตั้งขึ้นมา เพื่อให้สังคมอยู่รอด?

    ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says:

    รักไม่มีกฎ แต่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำใหเสังคมอยู่ได้

    ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says:

    มันเป็นวิถีไม่ใช่เป้าหมาย

    [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF]

    à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:

    แล้วถ้าตัดสังคมออกไป ความรักของเราจะเป็นยังไง

    [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF]

    à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:

    สมมติมีตัวเราคนเดียว

    [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF]

    à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:

    เราจะรู้สึกรักอะไรบ้าง

    [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF]à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:

    รักตัวเอง

    [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF]

    à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:

    แล้วอย่างอื่นจะรักอีกมั๊ย?

    ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says:

    รักตัวเองมั้ง ทั้งรักและเกลียดไปพร้อมๆกัน

    [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF]

    à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:

    เกลียดเรื่องไหน

    ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says:

    เกลียดที่รู้ว่าเราอ่อนแอมั้ง

    [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF]

    à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:

    อ่อนแอ เกี่ยวยังไงกับรัก

    ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says:

    ความรักมันตอกย้ำให้รู้ละมั้งว่าเราอ่อนแอ

    [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF]

    à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:

    รักแล้วอ่อนแอหรอ

    [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF]à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:

    บางที รักก้อทำให้เราเข้มแข็งนะ

    ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says:

    ไม่รู้สิ

    ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says:

    ชั้นไม่ค่อยเหลือความรู้สึกดีๆกับคำๆนี้เท่าไหร่

    [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF]

    à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:

    อ่านะ

    [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF]

    à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:

    ชั้นรู้สึกดีทุกครั้งที่รู้สึกถึงคำคำนี้

    [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF]

    à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:

    รู้ว่ารัก จริงๆ ไม่เท่าไหร่ ยากตรง รักแบบไหน

    [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF]

    à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:

    กุไม่ชอบทฤษฎีความรักของเพลโตเลย

    [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF]

    à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:

    มันทำให้รักกูดูไม่ค่อยมีค่า

    ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says:

    ชั้นไม่รู้วะ

    ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says:

    คนที่คิดแบบนี้เศร้าเนอะ

    ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says:

    ชั้นรู้อย่างหนึ่ง

    ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says:

    คนที่คิดว่าความรักไม่มีค่าเค้าก็จะมีชีวิตที่ไร้ค่าไปด้วย เพราะเค้าไม่รู้ว่าตัวเองอยู่เพื่ออะไร

     

     

     

    January 16

    คนเราก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะตายเมื่อไหร่

     
     
     
     
    ถ้ากูเป็นอะไรไปละก็....
     
    ให้เอารูปในhi5หรือใน myspaceเป็นรูปหน้างานศพ
     
    ส่วนมรดกไม่ต้องแบ่งเพราะกูไม่มี
     
    ศพกูก็ไม่ต้องเผาให้บริจาคเป็นอาจารย์ใหญ่ไปเพราะกูชอบสอนหนังสือ
     
    แล้วไม่ต้องอุตริเอาไดอารี่ออนไลน์กูมาทำเป็นหนังสืองานศพ
     
    ถ้ามีใครถามว่ากูเป็นอะไรตายก็ขอให้พวกมึงตอบไปตรงๆไม่ต้องครีเอทชื่อโรคประหลาดๆมาตั้งให้
     
    และเมื่อกูตายไปก็ไม่ต้องเอาเรื่องกูมานินทาอีกนะเดี๋ยววิญญาณจะไม่สงบสุข
     
    สุดท้าย ฝากไปบอกพ่อแม่พี่น้องกูด้วยว่า
     
    ตอนมีชีวิตอยู่กูมีความสุขมากพอแล้ วและกูรักพวกเค้ามาก ขอให้แม่ไม่ต้องเป็นห่วงอะไร
     
    อากาศในกรุงเทพทำให้กูชินกับอากาศในนรก
     
    แถมอยู่ที่นี่กูก็ไม่เหงา มีเพื่อนเยอะดี
     
    พวกมึงก็ด้วย ไว้เจอกัน
     
     
     
     
     
     
    December 17

    สัตว์โลกน่ารัก

     
     
     
     
    แม้ว่าชีวิตของสาวชาวกรุงอย่างดิฉันที่มีงานรัดตัวอย่างเหลือล้นจะไม่ค่อยมีเวลาไปไหนมาไหน
     
    แต่ดิฉํนก็ยังสามารถมีชีวิตที่ตื่นเต้นได้โดยการนั่งอยู่หน้าคอมแล้วใช้นิ้วมือในการสร้างความตื่นเต้นให้แก่ตัวเองไปพลาง....
     
    (พอพูดแบบนี้ทุกคนต้องคิดว่าความตื่นเต้นนี้มันมาจากการที่ชั้นเอานิ้วไปแคะหูแน่ๆเลย เพราะคนที่นี่สุภาพกันทุกคน)
     
    แต่ไม่ใช่ค่ะ ประเด็นที่ต้องการจะบอกคือ เราสามารถใช้นิ้วคลิ๊กเปิดเว็บไซด์เยี่ยมชมสิ่งน่าสนใจตามหน้าเพจต่างๆได้ต่างหาก
     
         
     
     
     
     
     
    ในขณะที่พวกเราเหล่าวัยรุ่นไทยวัยกำยำก็คงคุ้นเคยกันดีกับการเล่มเอ็ม เข้าhi5 นั่งดูmyspace แล้วทิ้งคอมเม้นท์หาเรื่องเค้าไปทั่วเป็นกิจวัตร
     
    แต่ในวันนี้ดิฉันมีกิจกรรมใหม่ๆมานำเสนอ ที่สนุกสนานไม่แพ้การเข้าไปเยี่ยมชมแอบส่องดูรูปนายแบบหน้าเริ่ดหรือคนที่ท่านเกลียดในhi5แต่อย่างใด
     
    โดยเว็บไซด์ที่ดิฉันภูมิใจจะเสนอในวันนี้ก็คือ...
     
     
     
     
     
     
    ในเว็บไซด์ดังกล่าว...แม้ภายในนั้นจะไม่มีรูปนายแบบนั่งถ่องควยหรือคนที่ท่านเกลียดใส่บิกินี่โชว์นมโชว์ตูดขูดมะพร้าว
     
    แต่ท่านก็จะได้สนุกสนานกับการดูน้ำหน้าสัตว์ป่าสัตว์น้ำสัตว์บกมากมายหลายชนิด อีกทั้งยังได้ความรู้เกี่ยวกับวิถีแห่งโลกมากขึ้นไปตามๆกัน
     
    ซึ่งหนึ่งในคลิปที่ดิฉันภูมิใจนำเสนอมากๆก็คือ "octopus giant kills shark" หรือ "สควิดดี้หักคอหลาม" (แปลเป็นไทยตามแบบฉบับพันธมิตร)
     
     
    Untitled-7 copy
     
     
     
     
    (สนใจเชิญคลิ๊ก) ของเค้าดีจริงค่ะ ดิฉันภูมิใจเสนอมากๆ (ภูมิใจเหมือนปลาหมึกที่รัดคอหลามเป็นลูกในไส้ยังไงอย่างงั้น)
     
    ซึ่งกูดูแล้วอึ้งมาก อีปลาหมึกก็แรง อุดปากอุดเหงือกฉลามซึ้แหง่แก๋ไปสู่ปรภพ
     
    อีฉลามที่ว่าร้ายก็ยังพ่ายภัยปลาหมึก (แล้วอีหมึกนี่ก็โดนคนเค้าเอามาย่างกินอีกที)
     
     
     
     
     
     
    ระหว่างดูอยู่ที่ว่ามันรัดคอรัดครีบกันตายกูก็อึ้งแล้ว
     
    แต่พอมาคิดๆดูอีกทีว่าอีคนที่ไปเก็บภาพนี้มันทำได้ยังไงชั้นยิ่งอึ้งกว่า
     
    อีห่า มึงลงไปถ่ายได้ไงไม่โดนฉลามกัดหูหลุด ไม่โดนปลาหมึกจ้วงคอขาด
     
    แล้วพระเจ้าสร้างครีบติดแขนและเหงือกไว้หลังหูให้มึงหรืออย่างไรถึงได้ภาพขนาดนี้มา
     
     
     
     

    AKA.มือเนียน: พูดว่า (0:32):

    แก ปลาหมึกกินฉลาม        

    12                        พูดว่า (0:32):

    อาร์เซน่อลยังนำอยู่

    AKA.มือเนียน: พูดว่า (0:33):

    แต่ฉลามถูกกินไปแล้วนะ

             12                       

    พูดว่า (0:34):

    เนี่ย กำลังรอโหลด

             12                       

    พูดว่า (0:40):

    โหหห

             12                       

    พูดว่า (0:40):

    ก็มันตัวใหญ่กว่าตังเยอะ

    AKA.มือเนียน: พูดว่า (0:40):

    อีคนถ่ายแรงมาก

    ถ่ายได้ไง

                      12                       

    พูดว่า (0:42):

    มันจัดฉากป่ะ

    AKA.มือเนียน: พูดว่า (0:42):

    นั้นสินะ

    AKA.มือเนียน: พูดว่า (0:43):

    บ้านมันคงมีแท้งค์น้ำใส่ปลาหมึก

    AKA.มือเนียน: พูดว่า (0:43):

    แล้วก็แจกบทให้ฉลามรู้ตัวว่ามันจะถูกเจี๋ยนตอนไหนละมั้ง

             12                        พูดว่า (0:43):

    555 เออ

     

    สุดท้ายนี้ ชั้นต้องขอขอบคุณเพื่อนน้องมากๆนะ ที่แนะนำคลิปสัตว์โลกน่ารักมาให้ชั้นดูเล่น

    ขอบคุณมากค่ะ

    สำหรับผู้อ่านทุกท่าน ดิฉันก็ขอขอบคุณสำหรับความสนใจที่ท่านมีให้แก่entryนี้

    ไว้พบกันใหม่โอกาสหน้าค่ะ สวัสดี

     

     

     
     
     
     
     
     
     

    December 11

    เวลาที่มีเพียงเราสองคนเป็นเจ้าของ

     
     
     
     
     
    ฉันไม่ได้คิดถึงคุณ
     
    แต่ฉันคิดถึงเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน
     
     
     
     
     
     
     
    November 11

    ปอด

     
     
     
     
     
     
     
     
     
    บุหรี่ทำให้ปอดพัง แต่ก็ไม่ทำให้หัวใจสลาย
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    November 01

    หลอก

     
     
     
     
    คืนนี้เป้นคืนอัลโลวีน...
     
    ฉันนั่งหลอกตัวเองอยู่กับบ้านโดยการขึ้นไปสูบบุหรี่บนดาดฟ้า
     
    ฉันคิดไปเองว่าฉันมีคุณอยู่ข้างๆนั่งมองฝนดาวตกด้วยกัน
     
    แม้ว่าสิ่งที่ปรากฎบนแผ่นฟ้าจะมีเพียงเม็ดฝนพรายพร่ำที่หล่นร่วงลงมาเท่านั้นก็ตาม
     
     
     
     
    ...ย้อนกลับไปในคืนวันหนึ่งเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา
     
    กลิ่นบุหรี่ในคืนวันศุกร์ยังล่องลอยในความรู้สึกไม่ยอมจาง
     
    คุณทำให้ฉันกลายเป็นคนสูบบุหรี่ ทั้งๆที่ฉันไม่ได้ชอบรสชาติของมันเท่าไหร่
     
    แต่กลิ่นของมันช่วยพาฉันกลับไปยังคืนวันนั้นก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป
     
    ทุกวันนี้ฉันต้องสูบบุหรี่วันละมวนเพื่ออุทิศช่วงเวลานั้น(และสุขภาพปอดของฉัน)ให้กับความทรงจำของเราที่คงมีเพียงฉันที่นึกถึง
     
     
     
     
    ท้องฟ้าในตอนนี้ไม่มีดาว มันไม่ระยิบระยับเหมือนคืนวันนั้น
     
    ทุกวันนี้ฉันไม่ได้เกลียดคุณ และไม่เคยคิดว่าจะทำได้
     
    แต่ที่ฉันไม่คุยกับคุณเป็นเพราะฉันไม่มีอะไรจะพูด คุณเองก็คงเหมือนกัน
     
    ความรู้สึกของเรามันคงหมดอายุไปแล้ว
     
    แต่น่าเศร้าที่ฉันยังคงคิดถึงเรื่องราวเก่าๆตลอดเวลา
     
    ฉันอยากขอร้องให้คุณพาฉันกลับไปรู้สึกนั้น ถึงแม้มันจะเป็นไปไม่ได้
     
    ...คนเราไม่เคยย้อนกลับไปยังทางที่เขามา...
     
    เราเองก็เช่นกัน
      
     
     
    เราจากกันอย่างไร้คำอำลา
     
    ปราศจากน้ำตา
     
    แม้แต่ความรู้สึกก็หายไป
     
    รูปถ่ายของเรากลายเป็นรูปใบเก่าเพียงช่วงข้ามวัน
     
    คุณกับฉันกลายเป็นคนไม่รู้จักกันเพียงชั่วข้ามคืน
     
     
    ..ตอนนี้บุหรี่หมดมวนแล้ว..ชั้นคงต้องลงไปข้างล่างและใช้ชีวิตของฉัน
     
                        ...ต่อไป...
     
                                                ........
                                                                      
                                                                     ........
     
     
    October 28

    วันนี้เป็นวันปิดเทอมครั้งสุดท้ายในชีวิตของชั้น

     
     
    ในที่สุดชีวิตชั้นก็ล่วงเลยมาถึงปีสี่... ชั้นไม่เคยคิดเลยว่าชั้นจะเรียนสูงขนาดนี้
    ทั้งๆที่แต่ก่อนชั้นก็อุตส่าห์ตั้งใจว่าชั้นจะเรียนแค่ม.3แล้วทำงาน7-11แท้ๆ
    ไม่นึกเลยว่าชั้นจะได้เรียนสูงถึงระดับปริญญาแถมยังมีทีท่าว่าจะได้เรียนป.โทอีก
     
    ก็อย่างว่าละ ต่อไปชั้นก็คงเรียกตัวเองว่าวัยรุ่นไม่ได้
    ชั้นจะถูกนับรวมเข้ากับประชากรวัยทำงานเต็มตัว
    เวลาไปเที่ยวผับคนเค้าถามว่าเรียนไหนก็ต้องตอบว่าทำงานแล้ว
    เพราะงี้แหละช่วงเวลาที่ชั้นยังอยู่ในสภาพนิสิตชั้นจึงต้องรีบเที่ยว
    พวกแกก็ควรรีบเที่ยวเหมือนกันอย่ามัวแต่มาสมน้ำหน้าชั้น
     
    และเนื่องจากว่าช่วงนี้ชั้นใกล้จะเรียนจบแล้ว
    จึงมักมีคนมากมายมาถามชั้นว่าชั้นฝึกงานที่ไหน
    ในส่วนนี้ชั้นต้องขอตอบไว้เลยว่า
    งานน่ะชั้นไม่ฝึก เพราะชั้นทำเป็น
    ดังนั้น ไม่ต้องมาถามชั้นอีกแล้วนะ
     
    เมื่อวันพฤหัส-ศุกร์ที่ผ่านมาชั้นไปพัทยามาด้วย
    วันแรกเป็นโปรแกรมสัมมนาปลาทอง
    คุยเรื่องงานลอยกระทงที่จะถึงวันที่24พฤษจิกายนศกนี้
    ส่วนวันที่สองเป็นโปรแกรมท่องเที่ยวกับเพื่อนสาวหัวสูงกันที่เกาะล้าน
    (เกาะพันเกาะหมื่นเกาะแสนเราไม่เที่ยวกันเพราะมันถูก)
    ที่ไปเนี่ยเราก็เที่ยวกันแบบเช้าไปเย็นกลับเพราะแม่เทคไม่ยอมให้เทคค้างและคอนโดแม่แพทไม่ว่าง
    (ก็อย่างว่าละใครจะเห็นแฟนดีกว่าเพื่อน จริงมั้ยเจี๊ยบ?)
     
    สำหรับภาพบรรยากาศการท่องเที่ยวชั้นก็นำมาเผยแพร่แล้วทางอินเตอร์เนต
    จะดูจากสเปซนี่ก็ได้ จากhi5ชั้นก็ดี ทำเหมือนมีทางเลือกมากมายที่จริงรูปก็คล้ายๆกัน
    เดี๋ยวชั้นจะไปทำงานทำการแล้ว วันนี้ต้องขอลาไปก่อน ชั้นรักพวกแก
    รักพวกแกทุกคนที่ยังมีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่บ้าง
    take careจ๊ะ สวัสดี
     
    ป.ล.ขอเสริมสักนิดนึง
    เรื่องราวเกี่ยวกับพัทยาสามารถติดตามอ่านได้ใน http://www.uptogu.com/gu/nien อีกด้วย
    ทำเหมือนมีทางเลือกอีกละ เหมือนโปรโมตชั่นมือถือที่ทำเป็นจะประหยัด ที่แท้ก็ไม่ต่างกันสักนิดเดียว
     
     
     
     
     
    October 17

    ไม่อยากจะพูด~ ไม่อยากจะพูดดด~

     
     
     
     
     
    ไม่ต้องมาถามเรื่องเกรดเทอมนี่นะ
     
    เกรดแย่มากๆ
     

     

     

    COURSE NO

    COURSE TITLE

    CREDIT

    GRADE

    2204363

     SOC HIST THAILAND

    3

        A 

    2204369

     CH JP KOR ANC-19C

    3

        A 

    2204396

     SOC HIST CH JP KOR

    3

        B+ 

    2210323

     LIT/HUM RIGHTS

    3

        A 

    3501222

     HIST ORNTAL ART I

    3

        A 

    3906101

     RECREATION CAMP

    2

        A 

    CA
    17

    CG
    17

    GPA
    3.91

    CAX
    138

    CGX
    139

    GPAX
    3.42

    GPX
    472.50

     
     
     
    ดูเส่ะ แค่4.00แค่นี้ก็เอามาไม่ได้
     
    กูนี่โง่จริงๆเลย
    October 11

    ย้อน

     
     
    วันนี้กลับมาทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านไปในช่วง1เดือนมานี้
     
    บางอย่างก็แจ้มชัดเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน
     
    แต่ก็มีหลายอย่างที่จำไม่เห็นได้ว่ามันเคยเกิดขึ้น
     
    จึงมักมีวันที่ว่างเปล่าให้เราสงสัยได้เสมอว่าตอนนั้นเราทำอะไรอยู่
     
    กับแค่หนึ่งเดือนที่ผ่านมายังไม่สามารถจำเรื่องราวที่เคยเกิดได้สมบูรณ์
     
    นี่คงไม่ต้องคิดเลย ว่าจะนึกถึงความจำเมื่อ8ปีที่แล้วได้ยังไง
     
    สมองมนุษย์แม้จะใหญ่กว่าสัตว์อื่นๆ แต่ก็ยังเล็กไปที่จะจำเรื่องที่เคยเกิดขึ้นทั้งหมดในชีวิตได้หมด
     
    เราจึงเลือกที่จะจำเฉพาะบางเรื่อง...
     
    บางเรื่องก็อยากจำ... บางเรื่องไม่อยากจำแต่ก็กลับไม่ลืม...
     
    ความทรงจำบางเรื่องก็ทำให้เรายิ้มได้ บางเรื่องก็ทำร้ายเราได้เสมอ
     
    แต่ที่แน่ๆมันกลับมาหาเราในรูปแบบที่แตกต่างจากเดิมทุกครั้ง เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาที่เกิดการเล่าใหม่
     
    ฉันเรียกมันว่า "การเกิดใหม่ของอดีต"
     
    สิ่งนี้ทำให้อดีตไม่เคยเก่า เวลาย้อนกลับมาหาเราได้เสมอ
     
    ฉันไม่เชื่อคำที่บอกว่า เวลาเหมือนสายน้ำที่ไม่เคยไหลย้อนกลับ
     
    ฉันคิดว่ามันย้อนกลับมาได้เสมอ แต่เป็นรูปแบบที่แตกต่างจากเดิม
     
    อดีตมีความวกวน เล่นกลในตัวเอง  มันจึงย้อนยอกกลับมาหาเราเสมอ
     
    อย่างที่เราเรียกมันว่า
     
    "ความยอกย้อนของอดีต"
     
    ย้อนกลับไปหามันได้ แต่อย่าไปยึดติดกับมัน เพราะอนาคตรอเธออยู่
     
     
     
     
    October 03

    กลิ่น

     

     

     

    มีคนกล่าวเอาไว้

    ไม่ว่าเราทำอะไร มันมักจะก่อทั้งผลดีและร้ายขึ้นเสมอ

    การกระทำก็เหมือนกับเหรียญที่มีทั้งด้านหัวและก้อย

     

     

    ผมลองพลิกมันดูทั้งสองด้าน ......

     

     

     

    ทำยังไงถึงจะมองทั้งสองด้านไปได้พร้อมๆกัน?

     

     

     

    ผมจับเหรียญวางบนนิ้วโป้งแล้วดีดขึ้นไปบนอากาศจนมันหมุนคว้าง

     

     

     

     

    ... เห็นสองด้านพร้อมกันแล้ว...

    ....

    ....

    ....

     

    แต่เห็นได้ไม่ชัดเท่าไหร่...

    ....

    ....

    ....

    ....

     

    ... ทำยังไงถึงจะเห็นชัดขึ้น...

    ....

    ....

    ....

    ....

     

    ผมคิดกับตัวเองอีกครั้ง...

    ....

    ....

    ....

    ....

     

     


     

     

     

    เด็ก ๆ วิ่งเล่นหลังโรงเรียนเลิก
    เสียงหัวเราะเจี๊ยวแจ๊วดังไปทั่วบริเวณ
    ความอบอุ่นของแสงแดดสะท้อนอยู่บนหน้าเด็ก ๆ

     

     

    คุณน้ามาทำอะไรที่นี่เหรอคะ

     

     

    เด็กหญิงแก้มแดงเรื่อในชุดนักเรียนกระโปรงสั้นเหนือหัวเข่าเข้ามาคุยกับผม

    นัยน์ตากลมใสบริสุทธิ์จ้องมาที่ผมไม่กระพริบ

    เส้นผมของเธอเปียกเหงื่อลู่ติดหน้าผาก ท่าทางคงวิ่งเล่นมาจนเหนื่อย

     

     

    หนูอายุเท่าไหร่แล้วจ๊ะ?

     

     

    สี่ขวบค่ะ

     

     

    เสียงหวานใสตอบกลับมาอย่างว่องไว เธอนั่งลงข้างๆผม เข้ามาใกล้จนได้กลิ่นแชมพูอ่อนผสมกลิ่นเหงื่อเด็ก

     

     

    หนูน่ารักจังเลย ขอน้าอุ้มหน่อยนะ

     

     

    เด็กหญิงไม่ตอบ ผมจึงจับเธอนั่งตัก ผิวหนังของเราสัมผัสกัน

    กระโปรงของเธอเลิกขึ้นจนเห็นกางเกงในผ้าฝ้ายสีขาว

     

     

    กางเกงในหนูท่าทางจะใส่สบายนะ น้าขอดูหน่อยสิ

     

     

    เด็กหญิงไม่ตอบอีก ผมจึงค่อยๆรูดกางเกงในของเธอออกจากขาขาวๆทั้งสองข้าง

    ผมลองดมดูได้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มผสมกับกลิ่นเหงื่อของเธอผสมกัน หอมจนหยุดดมไม่ได้

    มันเตือนให้ผมคิดถึงกลิ่นของแม่ที่คุ้นเคยเมื่อตอนเด็กๆ

     

     ... กลิ่นที่แสนคิดถึง ...

     

     

     

     

     

    ไอ้เหี้ย! มึงทำอะไรของมึงวะ

     

     

     

     

    เสียงร้องตกใจของนักการทำให้ผมสะดุ้งจากภวัง

    มือซ้ายควานหามีดสั้นที่เสียบอยู่กับกางเกงยีนส์

    มือขวาเอากางเกงในที่ถืออยู่สักครู่นี้ยัดใส่ปากของเด็กหญิง

     

     

     

    ไอ้สัด! ขืนมึงเดินเข้ามาอีกก้าวเดียวกูจ้วงคออีหนูนี่แน่

     

     

     

    ผมขู่ พยายามทำใบหน้าเหี้ยมเกรียมที่สุดในชีวิต

     

     

     

    ใจเย็นๆ วางมีดก่อน มีอะไรค่อยมาคุยกันได้

     

     

     

    ท่าทีของนักการอ่อนลงเมื่อเห็นแววตาเอาจริงของผม ผมกระชับตัวเด็กน้อยแน่น เธอไม่ร้องสักเอะ

    ต่างจากคนรอบตัวที่เริ่มมามุงดูเราเยอะขึ้นเรื่อยๆ อย่างครูสาวคนนั้นแค่เห็นมีดก็กริ๊ดสลบ

    นักเรียนหญิงกลายเป็นตัวประกันในช่วงพริบตา ผมแน่ใจว่าตัวเองกำลังมอบวินาทีที่สำคัญที่สุดในชีวิตให้เธอ

     

    เด็กนักเรียนหลายคน วิ่งไปชิดกำแพง แอบดูอยู่ไกลๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
    คุณครูเวรหน้าประตูรีบวิ่งเข้าไปโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากตำรวจ

    สองชั่วโมงผ่านไป หน้าโรงเรียนที่เคยว่าง
    ในเวลานี้ กลับเต็มไปด้วยผู้คน รถตำรวจหลายคันตรึงกำลังหนาแน่น นักข่าวจากทุก ช่องรายงานกันจ้าละหวั่น
    ผมเริ่มรู้สึกตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ และไม่ลืมที่จะทำให้มันสมจริงด้วยการตะโกนไล่ฝูงคนที่พยายามจะเข้ามาช่วยและตวัดมีดฉวัดเฉวียนไปมา

     เด็กหญิงยังไม่ร้องสักเอะ ได้แต่จ้องผมตาใสแป๋ว

     

     

    เด็กดี อยู่นิ่งๆนะจ๊ะ อีกสักพักเดี๋ยวก็จบแล้ว

     

     

    ผมปลอบเด็กน้อย ก่อนจะดึงกางเกงในที่อุดปากเธออยู่นั้นมาซับเหงื่อให้ตัวเอง

     

     

     

     

     

     

     "แน่จริงมึงเอามีดปาดคอกูสิวะ"

     

     

     

     

     

     

    เสียงเด็กหญิงที่เคยหวานเจี๊ยวแจ๊วเมื่อครู่นี้ กลายเป็นเสียงต่ำกรอดลอดไรฟันน่าขนลุก

     

     

    ไอ้สัด! ไม่ได้ยินหรือยังไง แน่จริงมึงเอามีดปาดคอกูสิโว้ย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

     

     

    เด็กหญิงหัวเราะรวน จ้องผมไม่กระพริบตา เส้นเลือดแดงก่ำ เส้นเอนปูดโปน

    ผมตกใจจนปล่อยเธอลง ร่างของเธอกระแทกกับพื้นอย่างแรง หัวเข่าถลอกปอกเปิกไปหมด

     

     

    มึงรู้มั้ยว่ากูลูกใคร

     

     

    เด็กหญิงลุกขึ้นยืนช้าๆ เธอเดินมาหาผมที่กำลังถอยหนีตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด

     

     

     

    กูถามว่า มึงรู้มั้ยว่ากูลูกใคร!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

     

     

     

    เธอเปลี่ยนจากเสียงต่ำลอดไรฟันเป็นเสียงตะคอกดังจนผมเข่าอ่อนลงไปทรุดนั่งลงกับพื้นสนาม

     

     

    กูจะไปรู้ได้ไงวะอีเหี้ย

     

     

    ผมอยากขยับหนี แต่ขาผมมันไม่ยอมเชื่อฟัง เธอเข้ามากระชากคอเสื้อแล้วกระซิบข้างหูผม

     

     

    จำใส่กบาลเน่าๆมึงไว้ พ่อกูชื่อคานธี

     

     

    คานธี...

     

     

    ผมทวนชื่อซ้ำ แทบไม่อยากเชื่อหูของตัวเอง

    ผมรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน น้ำหูน้ำตาไหล ทนไม่ไหวจนต้องอาเจียนโรตีไส้กล้วยที่กินเข้าไปเมื่อเช้าออกมาจนหมด

     

     

    เด็กน้อยมองหน้าผมด้วยสายตาของผู้ชนะ

    ...

    ...

    ...

    ...

     

     

     


     

     

     

     

    .. ผมนั่งกอดเข่า ตัวสั่น ด้วยความหวาดกลัวและสับสน ..

     

    ...ความรู้สึกมึนงงเข้าจู่โจมเหมือนใครสักคนเอาไม้ฟาดเปรี้ยงเข้ากลางกบาล...

     

    ...ผมจำอะไรไม่ได้เท่าไหร่ รู้สึกเพียงแค่ว่าในปากมีรสเฝื่อนขมของอาเจียนติดอยู่เท่านั้น... 

     

    ผมคลำหาเหรียญในกระเป๋า แต่สิ่งที่ล้วงออกมาได้กลับเป็นกางเกงในสีแดงกรัง

     

     

     

    ...ไม่ใช่สิ...

     

    ผมแน่ใจว่าก่อนหน้านี้มันเป็นสีขาว...

     

    ผมรู้สึกคุ้นเหมือนเคยเห็นมันที่ไหนสักที่

     

    ผมลองตรวจสอบด้วยสายตา

     

    กางเกงในลายลูกไม้อย่างดีท่าทางเป็นของราคาแพง

     

    เมื่อลองดมดูผมได้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มผสมกลิ่นเหงื่อเด็กที่เจืองจางกับกลิ่นเลือด

     

     

    ...หอม...จนผมหยุดดมไม่ได้...

     

     

     


     

     

     

    September 23

    21 กันยายนเป็นวันที่มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นในชีวิตกูหลายเรื่อง

     
     
    ประการที่หนึ่ง - หมุยเอาหนังสือที่กูคิดว่าหายมาคืน
    (กูคงไม่ดีใจขนาดนั้น ถ้ามันไม่ใช่หนังสือห้องสมุดเล่มละ50เหรียญUSที่มีขายเฉพาะในเกาหลี)
    ดังนั้น พอหมุยเอาหนังสือมาให้กูจึงเทิดทูนให้มันเป็นนางฟ้าของกูไปเลย
     
     
     
     
    ประการที่สอง - กูสอบเสร็จ
    อีห่า ดีใจที่สุดในชีวิต!!!
    ในที่สุดกูก็ผ่านพ้นช่วงเวลาแบบนี้มาได้อีกครั้ง
    ช่วงเวลาที่มีสอบ6วิชาในสัปดาห์เดียวกัน
    ช่วงเวลาที่กูต้องปั่นรายงานควบคู่ไปกับการอ่านหนังสือ
    ในที่สุดมันก็จบลงซะได้ ขอบคุณผีพระเจ้า!!!!
     
     
     
     
    ประการที่สาม -ไอ้ตั๊ดเลี้ยงวันเกิดวันนี้
    กูดีใจนะที่มึงเกิดมา ดีใจที่ได้แดกabsinthมึงด้วย ของมันดีจริงๆ
    ถึงแม้รสชาติจะเห้เหมือนเอาน้ำยาบ้วนปากกรวกคอก็เถอะ
    แต่แดกเเล้วมันเมาเร็วมาก แฮลกฮอล์70%นี่ฆ่าคนตายได้เลย
     
    วันเกิดมึงปีนี้สนุกมากๆ ไม่มีมนุษย์ดาวอังคารเพ่นพ่านเยอะเเยะแบบคราวก่อน
    ผู้คนที่มาร่วมงานก็เป็นมิตรน่าสนิทชิดเชื้อ
    ไม่มีใครคิดจะทำร้ายใคร ไม่มีใครทำแก้วตกใส่ตีนกู
     
     
     
     
    เหตุการณ์วันนี้มีเเต่เรื่องดีๆ ดูดีไปเสียทุกอย่าง
     
    จวบจนวินาทีที่มึงจะต่อยเพื่อนกูนี่แหละ
     
    กูกลัวขึ้นมาถนัดใจ
     
    กูเป็นมนุษย์ดาวศุกร์ กูไม่ชอบการสู้รบ
     
    ถึงแม้กูจะพูดคำหยาบ - แดกเหล้า - กินเนื้อ - ไม่ดีท๊อกซ์ - ไม่ชอบอาหารมังสวิรัติ
     
    แต่กูก็ยังรักสงบอยู่นะ
     
    ...
     
     
    กูเป็นมนุษย์ดาวศุกร์ที่อยู่ในโลกที่เชื่อว่า
    "แค่ลมพัดชั้นก็รักคุณได้แล้ว"
     
    ไม่เหมือนพวกมึง อีมนุษย์ดางอังคารที่
    "แค่มองหน้ากูก็ต่อยมึงได้แล้ว"
     
    แค่แมงสาบไต่ผนังกูยังกลัวเลย
    จะประสาอะไรกับคนต่อยกันกูจะไม่กลัว
     
    อีห่าอย่าทำแบบนี้อีกนะ ไม่งั้นกูไหว้จริงๆด้วย
     
     
     
     
    ป.ล.
    ยังไงก็ตาม กูก็ยังชอบวันนั้นอยู่ดี ขอบคุณนะ
     
     
     
    September 15

    กู - ปลาทอง - สระจุฬา

     

     

     

     

    : พักนี้ชีวิตกูเริ่มมีเรื่องราวมากมายมาให้ครุ่นคิดบ่อยๆ

    จากการที่ช่วงนี้มีเรื่องราวมากมายในชีวิตที่ผ่านเข้ามา

    และถกเถียงประเด็นทางปรัชญาเรื่องแนวคิดของนิชเช่กับการร้องเพลงของลิเดีย

     

     

    : กูรู้ว่ากูไม่ได้ว่างขนาดนั้น

    แต่บางครั้งกูก็อยากเดินออกจากห้องคอมไปนั่งดูปลาในสระจุฬาให้มันผ่อนคลายขึ้นบ้าง

     

     

    : กูนั่งมองปลาทองในสระจุฬา

    ปลาทองตาแป่ว ตัวสีส้มสวย

    มันโบกครีพอ่อนบางส่ายไสวไปมาในลำน้ำเหมือนนางรำโบกแพรแก้ผ้าตามสี่แยกบางขุนพรหม

     

     

    : กูชอบมองปลาทองในสระจุฬา

    หน้าตามันน่ารัก

    ลักษณะการว่ายน้ำของปลา การสะบัดหางดุ๊กดิ๊กทำให้กูอดไม่ได้ที่จะรักและเอ็นดู

     

     

    : กูรักปลาทองในสระจุฬา

    ด้วยความไม่ยั้งคิด กูจึงจุ่มมือลงในน้ำ หมายจะช้อนปลาทองกลับไปเลี้ยงในอ่างหลังบ้าน

    แต่ทันที... ที่มือของกูได้สัมผัสกับวุ้นบนหัวปลา

     

    ...มึงรู้มั้ย...

    ว่ากูรู้สึกไม่ไว้ใจหัววุ้นนิ่มๆของมันขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้

    กูรีบชักมือกลับขึ้นจากน้ำทันที

    ก่อนที่จะเดินกลับคณะ โดยไม่หันกลับมามองมันอีก

     

     

    : กู ปลาทอง สระจุฬา

    บางที...ถ้ากูไม่เอามือไปลูบหัวปลาทองคงดีซะกว่า

     

     

     

     

     

     

     

    *หมายเหตุ*

    ปลาทองเป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและญี่ปุ่น

    ต่อมาถูกนำไปเลี้ยงในยุโรปเมื่อศตวรรษที่17
    และถูกนำไปเผยแพร่ในอเริกาในศตวรรษที่19

    ชาวจีนและชาวญี่ปุ่นนับเป็นชนชาติแรกที่รู้จักวิธีการผสมพันธุ์ปลาทอง

    ปัจจุบันปลาทองมีขายทั่วไป หาได้ง่ายตามจตุจักร

    ในสระจุฬา ปลาทองและปลาอานนท์สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

    แต่ก่อนปลาทองชอบเล่นกะคน แต่พอมีคนไปลูบวุ้นมัน มันเลยเริ่มเก็บตัว

    ไปอยู่กะปลาอานนท์เงียบๆที่ก้นบ่อแทน 

     

     

     

     

     

     

     

     

    ป.ล. ปลาอานนท์ต่างจากปลาทองตรงที่ไม่มีขายในจตุจักร แต่ไปทำความรู้จักได้ที่นี่

     

    http://buyonegetwe.wordpress.com/2007/08/08

     

    ทุกอย่างจบลงที่นี่ สวัสดี กูมีรายงานต้องทำต่อ

     

     

     

     

     

     

      

    September 06

    วันอังคารที่4 กันยายน 2550

     
     
    กิจกรรมช่วงเช้า
    - ถ่อไปมหาลัยแต่ไก่โห่ไปเรียนวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันออก 
    - นั่งคุยกะรุ่นน้องหน้าตึกก่อนเข้าเรียน
    - 9นาฬิกาขึ้นเรียน
    - 9นาฬิกา 10นาที ลงมานั่งหน้าตึกเหมือนเดิมเพราะอาจารย์ยกเลิกclass
    - ตั้งใจจะไปทำรายงานให้เป็นชิ้นเป็นอันสักตัว
    - อย่างที่รู้ๆกัน ว่ามันไม่สำเร็จ
     
    สรุปกิจกรรมช่วงเช้า - ไม่ได้เรียนหนังสือ แต่กลับใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการนั่งส่องhi5ชาวบ้าน
    ประโยชน์ที่ได้รับ - ไม่มีเลย งานก็ไม่ได้ทำ
     
     
     
    กิจกรรมช่วงบ่าย
    - แดกข้าวกับเพื่อน
    - คุยกับเเม่ขวัญ
    - ไปศูนย์เอเชียศึกษาเพื่อยืมหนังสือทำรายงาน
    - กลับคณะพร้อมหนังสือภาษาอังกฤษล้วน7เล่มควายที่ทำให้กูจะบ้า
    - 2.30น.ไปถึงห้อง105ตึกอํกษรศาสตร์1(หรือเทวาลัยฝั่งติดวิศวะ)
      เพื่อไปจัดบอร์ดงานนิทรรศการตามที่อ.ปิยนาถมอบหมาย
    - อีห่า ไม่มีใครมานอกจากกู จันเจ้า และหมุย
    - 3 นาฬิกากว่าๆ เดินไปตึกเคมีจะยืมผ้าฝ่ายศิลป์มาประดับบอร์ด
    - กูใช้เวลา15นาทีเดินไปตึกเคมีเพื่อรับรู้ว่าวันนี้ตึกปิด
    - พยายามอารมณ์ดี เดินไปตงเอียงเพื่อซื้ออย่างอื่นมาปูบอร์ดแทน
    - 4โมงกว่ากลับถึงห้อง105 ทุกคนมาทำงานกันหมดแล้วพร้อมมองหน้ากูแบบเคืองๆว่ามึงหายไปไหนมา
    - 4โมงมากกว่าตะกี้ กูและเพื่อนๆเอากระดาษที่ซื้อมาไปปูรองบอร์ดให้มันดูดีขึ้น
    - 30นาทีต่อมาบอร์ดดูดีขึ้นทันตาเห็น กูภูมิใจมาก
    - ไม่นานนักก็สังเกตได้ว่าเหลือกระดาษอีก4แผ่น กูสงสัยมากกว่ามาจากไหน
    - บอร์ดมี4อัน ปูบอร์ดละ4แผ่น ซื้อมา20แผ่นก็น่าจะใช้หมดดิวะ?
    .
    ...
    . . . . .
    . . . . . . . .
    . . . . . . . . . . .
     
    กริ๊ดดดดดดด!!!!! อีห่า!!! กูนี่มันโง่บรม!!!!!
      ไปเข้าใจได้ไงว่ะว่า 4คูณ4 เท่ากับ20
       กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!
     
    สรุปกิจกรรมช่วงบ่าย - แดกข้าว ยืมหนังสือ จัดบอร์ด
    ประโยชน์ที่ได้รับ - รู้สึกว่าตัวเองโง่มาก
    เฮ้อ~ในที่สุดกูก็เข้าใจตัวเองซะที