Pinyuda's profileที่จริงดิฉันเป็นคนฉลาด ร...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
May 28 มันหนักกะลาหัวแม่มึงนักหรือไง?เวลา22นาฬิกา 30นาที ณ สี่แยกบางประกง :
ถนนคราคร่ำไปด้วยแท๊กซี่ แต่กลับไม่มีรถเมล์สักคันที่ต้องการวิ่งอยู่บนถนน...
อันที่จริงแล้ว...
สำหรับผู้คนหลากหลายที่ยืนชะเง้อคอรอรถอยู่ริมถนนเหล่านั้น
ถ้าเลือกได้ พวกเขาคงอยากขึ้นแท๊กซี่มากกว่าไปอัดบนรถเมล์ร่วมกับผู้คนนับสิบ แต่ทำไมคนถึงขึ้นรถเมล์กันน่ะเหรอ?
แน่นอนว่าคนไทยไม่ได้รักกันขนาดนั้น ไม่ใช่ชางบ้านบางระจันนะ
ที่จะยืนสู้รบกันเคียงบ่าเคียงไหล่จนตายกันไปข้าง
...แม่งจะบ้ากันไปใหญ่แล้ว... สรุปคือ คนไทยแม่งจน ก็เลยขึ้นรถเมล์ ที่จริงถ้าบอกแบบนี้ตั้งแต่ทีเเรกก็สิ้นเรื่องเเล้ว...แต่แม่งไม่มันส์
กูเองก็เป็นคนไทยจนๆคนหนึ่งที่ยืนรอรถเมล์เพราะไม่มีปัญญาขึ้นแท๊กซี่
กัดฟันยืนรอจนเมื่อย ของกูก็เยอะ หนักก็หนัก แต่ก็ต้องทน กูหันไปมองสีหน้าคนรอบข้าง แม่งก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ ทุกคนดูเหนื่อยกันทั้งนั้น ทำงานมาหนัก
แทนที่เลิกงานเเล้วจะได้กลับบ้านสบายๆ กลับต้องมาเสียเวลานอนไปกะการรอรถ แถมพรุ่งนี้ก็ต้องรีบตื่นมาไปทำงานแต่เช้า ต่อสู้กับรถติด ทั้งจนทั้งเครียด โคตรเสียสุขภาพ กูว่าเรามีหวังได้ตายเร็วกันยกประเทศเเน่ถ้าเป็นอีหรอบนี้ไปเรื่อยๆ เวลาผ่านไป20นาที...
ด้วยสภาพถนนที่โล่งขนาดนี้ กูน่าจะถึงบ้านเเล้วแท้ๆ ติดก็เเต่ไม่มีรถเมล์ให้ขึ้น ไม่เข้าใจเลย เงินภาษีที่เสียไปมันหายไปไหนหมดวะไอ้แม่เย็ด มาถึงตอนนี้กูหงุดหงิดเต็มขั้น ความอดทนน้อยลงเรื่อยๆ มนุษย์รอบตัวก็ดูหมดอาลัยตายอยาก ทุกคนอยากกลับบ้าน แต่ติดที่ว่าไม่มีรถเมล์ ในที่สุดกูก็ทนรอไม่ไหว จนต้องหันไปเอ่ยปากถามกลุ่มคนที่ยืนอยู่ข้างๆ
กูถามเค้าว่าเค้าจะไปบางแคหรือเปล่า เค้าตอบกลับมาว่า
"จะปะบางแค"
สำเนียงเค้าติดกระเหรี่ยงนิดหน่อย
แต่ไม่เป็นไร นี่มันไม่ใช่เวลาที่จะมาเหยียดชาติพันธุ์
กูเสนอเค้าว่าให้ไปลงด้วยกันเเล้วหารเงินกันเอามั้ย กูมีคนเดียว แต่เค้ามากับเพื่อนอีก2คนรวมเป้นสี่ หารกันเต็มที่ไม่ถึงยี่สิบแน่ๆ
ถ้ากูหน้าเถื่อนหน่อยเค้าคงไม่ยอมไปเพราะกลัวโดนปล้น แต่โชคดีที่หน้าตากูดูไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร เค้าเลยตกลงใจไปด้วย
เป็นอันว่ากูได้เพื่อนร่วมทาง
ไม่ต้องทนรออีรถเมล์สายซ้อเจ็ดอีกต่อไป
กูไม่ง้อมึงหรอก เล่นตัวนักก็อย่าขึ้นมันเลย
กูเรียกแท๊กซี่คันที่ใกล้ที่สุด บอกเค้าว่าไปบางแค เค้าตอบตกลง มนุษย์สี่คนขึ้นรถ โดยมีกูนั่งหน้า
ที่นี้คนที่เค้ามากะกูเนี่ย มีคนนึงที่เค้าอยากลงที่ฟิวเจอร์ปาร์คบางแค (มีคำว่าปาร์คด้วย เป็นห้างเกาหลีแน่ๆ)
และกูจะลงแถวตลาด ส่วนอีกสองคนเค้าบอกว่าเค้าอยากต่อรถไปบางบอน มาถึงจังหวะนี้ แท๊กซี่เริ่มเกิดอาการไม่พอใจ
เเม่งบอกว่าถ้าต้องจอดหลายที่มันไม่ยอม มันจะจอดส่งที่เดียว
กวนตีนเหี้ยๆบอกว่าขี้เกียจเบรครถ
กูพยายามประนีประนอม บอกให้เค้าใจเย็น กูขอตกลงกันก่อน พี่กระเหรี่ยงกะกูยังคุยกันไม่จบ
แต่พูดไปก็เท่านั้น เสือกไม่ฟังกู พล่ามอะไรของมันไม่รู้ยาวชิบหาย พี่กระเหรี่ยงเค้าก็ยังสัมผัสไม่ได้ว่าแท๊กซี่เริ่มวีนแตก ยังคงยืนยันว่าจะนั่งต่อไปบางบอน ในขณะที่คนขับก็ไม่อาจหยุดปากตัวเองให้หุบลงได้
กูขี้เกียจนั่งฟังคนพวกนี้บ่นตลอดทาง
คนอื่นจะเป็นไงไม่รู้ แต่กูอะปวดหัว
กูหันไปหาพี่กระเหรี่ยง
อธิบายให้ฟังว่าแท๊กซี่จะไม่ยอมไป ให้เค้าต่อรถใหม่ที่ตลาดได้มั้ย เค้าพยักหน้างึกงักบอกว่ายังไงก็ด้ะ
กูหันกลับมามองหน้าไอ้แท๊กซี่ขี้วีนนั้น ถามมันว่า ถ้าจอดส่งคนที่ฟิวเจอร์ก่อนคนนึงแล้วไปจอดที่ตลาด แล้วมึงจะไปตายที่ไหนก็เรื่องของมึง โอเคไหม?
มันก็บอกว่า "โอเค ถ้าพูดมาแบบนี้ตั้งแต่เเรกก็จบเเล้ว" แม่งก็ดี กูขี้เกียจเถียงกะแม่ง จบเป็นจบไปเลยแล้วไม่ต้องพูดเหี้ยอีกเลยก็แล้วกัน
แต่กูก็นั่งสงบๆไม่ถึง10วินาที
เสียงบ่นก่นด่าของคนขับก็เริ่มโปรยปรายใส่รูหูอีกครั้งด้วยประเด็นเดิมที่ว่าด้วยเรื่องการจอดรถส่งหลายที่
มันบอกถ้าจะให้จอดอะที่จริงต้องกดมิเตอร์ใหม่ทุกครั้งนะ ไม่งั้นผู้โดยสารก็ได้กำไรในขณะที่มันขาดทุน ในที่สุด กูเริ่มทนไม่ไหวตอนที่มันเสือกบ่นว่าเป็นแท๊กซี่หาเงินลำบากแล้วยังโดยเอาเปรียบ อีเหี้ยแล้วพวกกูหาเงินกันง่ายนักหรือ เงินมันคงหล่นจากท้องฟ้าให้กูเก็บมาปาใส่หัวแม่มึงเล่นได้กระมั้ง แล้วการที่มึงจะเบรครถเเต่ละครั้งมันจะหนักหนาร้ายแรงถึงขึ้นทำให้ญาติมึงขาดใจตายไปทีละคนหรืออย่างไร? ถึงได้มาบ่นไม่เลิกแบบนี้
พอกันซะทีฟิวกูขาดละ คือคนอื่นเค้าจบเรื่องกันเเล้ว มีแต่มึงเนี่ยเเหละที่ยังพล่ามไม่เลิก
"ช่วยขับรถไปเงียบๆได้ไหม" นี่คือคำที่หลุดจากปากกู
คาดว่าคงชัดเจนพอที่จะทำให้มันเงียบได้ เพราะถ้าแม่งไม่เงียบกูจะเริ่มหักพวงมาลัยรถไปชนเสาไฟฟ้าให้ตายกันยกคันซะ
รำคาญแม่งชิบหาย
แต่สุดท้ายก็เข้าอีหรอบเดิมแหละวะ
กูนั่งสงบไม่ถึง10วิ เสียงบ่นก่อนด่าของคนขับก็ลอดเข้าหูกูอีกครั้ง
เพียงแต่ครั้งนี้เป็นภาษาจีน
"@^#*)#&^#!!!"
เห้ยยยยยยย อีเหี้ยกูฟังไม่ออก !!!
"+)$KD^)#)($&+#$*($^&@!!!!!!"
กริ๊ดดดด~ อีห่า อะไรก็ไม่รู้มาเป็นชุดเลย
การที่มันด่าภาษาจีนที่เราฟังไม่ออก ตอบโต้ไม่ได้ คงทำให้รู้สึกสะใจมากสินะ
จะมากไปแล้วนะอีดอก พอคิดแบบนี้กูก็ทนไม่ไหว เลยหันไปด่ามันกลับว่า "VENTIOCHO!!!"
ได้ผล...มันเงียบเลย มันคงกำลังมึนๆอยู่ว่ากูด่าอะไรวะ
ทั้งๆที่จริงเบนตีโอโช่ก็ไม่ใช่คำด่าอะไรสักหน่อย มันก็แค่แปลว่า 28 ในภาษาสเปนเท่านั้น
แต่พอออกเสียงแรงๆเเล้วมันกลายเป็นคำที่หนักมากจนมันต้องหันมามองหน้ากูด้วยความมึนงง ก่อนที่มันจะเอ่ยปากพูดอะไรอีก กูจะต้องซัดซ้ำไม่ให้มันตั้งตัว
"Je suis coralie et toi tu t'appelles comment? je m'appelle anna bon anniversaire!!"
กูพูดจบ รถก็มาถึงตลาดพอดี
กูจ่ายเงินด้วยแบงค์ยี่สิบสี่ใบ ลงจากรถ ปิดประตูกระแทกใส่หน้ามัน พร้อมกับใบหน้าที่ฉายแววมีความสุข
สายตาขึ้งเเค้นของคนขับพุ่งผ่านกระจกมาฟาดหน้ากูจังๆ แต่ไม่เป็นไร กูยิ้ม ชูนิ้วกลางให้แม่งก่อนจากลา
กูเรียกมอไซด์เจ้าประจำนั่งเข้าบ้านตามปกติ
แม้ว่ากูจะไม่มีทางรู้แน่ๆว่าแท๊กซี่ชาติเจ๊กมันด่าอะไรมา แต่อย่างน้อยกูก็สบายใจได้ว่ามันก็ไม่รู้คำที่กูพูดเหมือนกัน นั้นสินะ...
ถ้ามันรู้คงไม่ทำหน้าโกรธกูขนาดนั้นหรอก
รับรองได้เลย
*คำแปลฝรั่งเศส-ไทย* Je suis coralie ฉันชื่อโคราลี et toi
เธอละ tu t'appelles comment?
เธอชื่ออะไร je m'appelle anna
ฉันชื่ออันนา bon anniversaire!
สุขสันต์วันเกิด เขียนจบเเล้ว เรื่องที่จะเล่ามีเพียงเท่านี้
ขอให้ทุกคนมีความสุข
ด้วยรัก จากกู
April 24 คนโรเเมนติกไม่ดีต่อโลก แต่คนติสท์แตกแม่งไม่ดีต่ออะไรทั้งนั้น
.
.
.
.
.
...ความจริงแล้ว...
สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์อาจไม่มีความสำคัญอะไรต่อโลกใบนี้เลยก็ได้
. . . . .
เมื่อไม่นานมานี้ (ที่จริงคือเมื่อ5เดือนที่ผ่านมา)
เราได้มีโอกาสเข้าไปอ่านblogคุณปราบดาโดยบังเอิญ (ที่จริงคือตั้งใจ)
เค้าได้สรุปบทความจากหนังสือ The World Without Us ของ Alan Weisman ไว้ประมาณว่า
“ถ้าอยู่มาวันหนึ่ง มนุษย์สูญพันธุ์ขึ้นมากะทันหัน สิ่งมีชีวิตอื่นๆในโลกนี้จะไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ จะไม่มีอะไรที่ “คิดถึงเรา” ยกเว้นแต่สัตว์เลี้ยงบางชนิดที่ไม่เคยต้องอยู่ในธรรมชาติด้วยตัวมันเอง นอกนั้นแทบจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามนุษย์ได้สูญหายไปจนหมดเกลี้ยง ธรรมชาิติจะปกคลุมอารยธรรมของเราอย่างรวดเร็วและกลบกลืนสิ่งที่เราทิ้งไว้ในที่สุด นั่นหมายความว่า การมีตัวตนของมนุษย์ไม่ได้มีผลดีต่อโลกแม้แต่น้อย มีแต่ผลเสียล้วนๆ” (อ้างอิงจาก ปราบดา หยุ่น. “คนโรแมนติกไม่ดีต่อโลก”. Typhoon days : http://typhoonkoon.wordpress.com/ : 2550)
มันก็อาจจริง (ที่จริงก็ไม่อาจเท่าไหร่)
ที่มนุษย์อาจไม่ได้มีความสำคัญอะไรต่อโลกใบนี้เลย
การที่เรามีชีวิตอยู่อาจไม่ได้ทำให้โลกใบนี้ดีขึ้น
แต่การตายของเราอาจจะทำให้โลกใบนี้สวยงามกว่าที่เป็น
คนส่วนใหญ่กลัวตาย
แต่ถ้ามองในแง่นี้การตายก็คงมีประโยชน์ไม่ใช่น้อย...
คนบางคนเลือกที่จะตายผ่อนส่งโดยการใช้ชีวิตทิ้งๆขว้างๆ แดกเหล้าสูบบุหรี่ตีกะหรี่เมายาไปวันๆ
จะว่าไป...คนพวกนี้คงรู้สึกว่าอายุขัยที่พระเจ้ามอบให้มา มันมากเกินความต้องการที่จะใช้ชีวิตในโลกนี้ก็ได้
--------
...ถ้าลองคิดอีกแง่หนึ่ง...
เหล้า บุหรี่ ยาอี กัญชา
มันอาจเป็นสิ่งที่ธรรมชาติส่งมา เพื่อเป็นเครื่องมือในการลดจำนวนประชากรมนุษย์เหี้ยๆให้รีบๆตายห่าไปเสีย
อยู่ไปก็เปลืองทรัพยากร ดื่มวอดก้าเเล้วไปตายซะคงจะดูดีกว่า
เเดกเหล้าแล้วตับวาย
ดูดหรี่แล้วปอดพัง
เล่นยาแล้วสมองเบลอ
ตีกระหรี่เเล้วกระหรี่เจ็บ (เอ๊ะ!)
เรื่องแบบนี้ ใครๆก็รู้ดีทั้งนั้น หนังสือสปช. สลน. กพอ. อตอ. ควย.ก็สอนกันปากเปียกปากแฉะ
แต่ที่ตลกคือ
เรายังเลือกที่จะใช้ชีวิตโดยมีสิ่งเหล่านี้เข้ามาเป็นส่วนประกอบ
จากการสำรวจในช่วง24ปีที่ผ่านมาตั้งแต่มีชีวิตอยู่
มันทำให้เราพบว่าคนที่ต้อนรับสารเสพเหล่านี้เข้ามาในชีวิตจำนวนไม่น้อยไม่ใช่คนโง่ (แปลว่าส่วนใหญ่แม่งโง่)
แต่พวกเขามักถูกจัดในประเภทเป็นคนที่มีปัญหาอะไรสักอย่าง
แดกเหล้าเพราะอกหัก
ดูดหรี่เพราะคิดงานไม่ออก
เล่นยาเพราะพ่อแม่ไม่รัก
ตีกระหรี่เพราะอิจฉาที่กระหรี่สวยกว่าเลยตีซะ นี่แน่ะๆ (โอ๊ย!)
แหมๆ ดูสิ ทุกคนกระแดะอยากมีปัญหากันทั้งนั้น สงสัยอยากเเดกเหล้าเมายากันใหญ่
แต่ทำมาเป็นไม่รู้จะแดกทำไมถ้าไม่มีข้ออ้าง
คนเราแม่งก็ตลก
แล้วนี่กูเขียนอะไรอยู่ก็ไม่รู้
ห่า เพ้อเจ้อไปโลกก็ไม่หายร้อน
กูไปนอนดีกว่า เดี๋ยวพักผ่อนน้อยหน้าจะเหี้ย
February 12 สิ่งที่ทำให้หัวใจอยากหยุดเต้น[b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF] à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:ยากเนอะ ชีวิตอ่ะ... ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says: นั้นสิ กูไม่รู้แล้วว่ารักคืออะไรชีวิตไอสิที่ชิทแตก says: แย่กว่ามึงอีก [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF] à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:มึงรู้แต่เย็ดต้องทำยังไง [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF] à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:55+ ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says: มันเป็นธรรมชาติ ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says: แต่กูรู้สึกว่าความรักไม่ใช่ธรรมชาติ ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says: มันเป็นกฎสังคม ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says: เป็นกฎที่สั่งว่ามึงต้องรักพ่อแม่มึง รักผัวมึงคนเดียว รักและเสียสละเพื่อประเทศชาติ [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF] à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:ยึดติดจัง [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF] à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:แบบนี้ต้องถอดปลั๊กออกจากสังคม ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says: เราถูกทำให้คิดว่าความรักเป็นคุณค่าสูงสุดที่เราจะพึงมีได้ต่อมนุษย์และโลก ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says: และสุดท้ายเราก็ต้องเจ็บเพราะคำๆนี้ ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says: เราเจ็บกะมันเพราะมันผิดธรรมชาติ ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says: เหมือนมนุษย์ที่ใส่ส้นสูงบาดตีนเพราะอยากสูง [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF] à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:แล้วธรรมชาติเนี่ย ความรักมันเป็นคุณค่าสูงสุดด้วยมั๊ย? ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says: กูว่าไม่ใช่ ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says: มันเป็นวิถีที่ทำให้เกิดความอยู่รอดในเผ่าพันธุ์ [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF] à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:แล้วอะไรคือรัก [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF] à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:คือกฎเกณฑ์ [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF] à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:ที่มนุษย์ตั้งขึ้นมา เพื่อให้สังคมอยู่รอด? ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says: รักไม่มีกฎ แต่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำใหเสังคมอยู่ได้ ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says: มันเป็นวิถีไม่ใช่เป้าหมาย [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF] à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:แล้วถ้าตัดสังคมออกไป ความรักของเราจะเป็นยังไง [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF] à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:สมมติมีตัวเราคนเดียว [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF] à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:เราจะรู้สึกรักอะไรบ้าง [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF] à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:รักตัวเอง [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF] à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:แล้วอย่างอื่นจะรักอีกมั๊ย? ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says: รักตัวเองมั้ง ทั้งรักและเกลียดไปพร้อมๆกัน [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF] à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:เกลียดเรื่องไหน ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says: เกลียดที่รู้ว่าเราอ่อนแอมั้ง [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF] à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:อ่อนแอ เกี่ยวยังไงกับรัก ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says: ความรักมันตอกย้ำให้รู้ละมั้งว่าเราอ่อนแอ [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF] à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:รักแล้วอ่อนแอหรอ [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF] à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:บางที รักก้อทำให้เราเข้มแข็งนะ ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says: ไม่รู้สิ ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says: ชั้นไม่ค่อยเหลือความรู้สึกดีๆกับคำๆนี้เท่าไหร่ [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF] à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:อ่านะ [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF] à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:ชั้นรู้สึกดีทุกครั้งที่รู้สึกถึงคำคำนี้ [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF] à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:รู้ว่ารัก จริงๆ ไม่เท่าไหร่ ยากตรง รักแบบไหน [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF] à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:กุไม่ชอบทฤษฎีความรักของเพลโตเลย [b][[ [c=#FF5151]Z[/c] [c=#95FF9D]s[/c] [c=#8882FF] à[/c] [c=7]K[/c] [c=#D2FFFE]e[/c] [c=#FFB0F1]Z[/c] ]][/b] : Don't you hope so? says:มันทำให้รักกูดูไม่ค่อยมีค่า ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says: ชั้นไม่รู้วะ ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says: คนที่คิดแบบนี้เศร้าเนอะ ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says: ชั้นรู้อย่างหนึ่ง ชีวิตไอสิที่ชิทแตก says: คนที่คิดว่าความรักไม่มีค่าเค้าก็จะมีชีวิตที่ไร้ค่าไปด้วย เพราะเค้าไม่รู้ว่าตัวเองอยู่เพื่ออะไร
January 16 คนเราก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะตายเมื่อไหร่ถ้ากูเป็นอะไรไปละก็....
ให้เอารูปในhi5หรือใน myspaceเป็นรูปหน้างานศพ
ส่วนมรดกไม่ต้องแบ่งเพราะกูไม่มี
ศพกูก็ไม่ต้องเผาให้บริจาคเป็นอาจารย์ใหญ่ไปเพราะกูชอบสอนหนังสือ
แล้วไม่ต้องอุตริเอาไดอารี่ออนไลน์กูมาทำเป็นหนังสืองานศพ
ถ้ามีใครถามว่ากูเป็นอะไรตายก็ขอให้พวกมึงตอบไปตรงๆไม่ต้องครีเอทชื่อโรคประหลาดๆมาตั้งให้
และเมื่อกูตายไปก็ไม่ต้องเอาเรื่องกูมานินทาอีกนะเดี๋ยววิญญาณจะไม่สงบสุข
สุดท้าย ฝากไปบอกพ่อแม่พี่น้องกูด้วยว่า
ตอนมีชีวิตอยู่กูมีความสุขมากพอแล้ วและกูรักพวกเค้ามาก ขอให้แม่ไม่ต้องเป็นห่วงอะไร
อากาศในกรุงเทพทำให้กูชินกับอากาศในนรก
แถมอยู่ที่นี่กูก็ไม่เหงา มีเพื่อนเยอะดี
พวกมึงก็ด้วย ไว้เจอกัน
December 17 สัตว์โลกน่ารักแม้ว่าชีวิตของสาวชาวกรุงอย่างดิฉันที่มีงานรัดตัวอย่างเหลือล้นจะไม่ค่อยมีเวลาไปไหนมาไหน
แต่ดิฉํนก็ยังสามารถมีชีวิตที่ตื่นเต้นได้โดยการนั่งอยู่หน้าคอมแล้วใช้นิ้วมือในการสร้างความตื่นเต้นให้แก่ตัวเองไปพลาง....
(พอพูดแบบนี้ทุกคนต้องคิดว่าความตื่นเต้นนี้มันมาจากการที่ชั้นเอานิ้วไปแคะหูแน่ๆเลย เพราะคนที่นี่สุภาพกันทุกคน)
แต่ไม่ใช่ค่ะ ประเด็นที่ต้องการจะบอกคือ เราสามารถใช้นิ้วคลิ๊กเปิดเว็บไซด์เยี่ยมชมสิ่งน่าสนใจตามหน้าเพจต่างๆได้ต่างหาก
ในขณะที่พวกเราเหล่าวัยรุ่นไทยวัยกำยำก็คงคุ้นเคยกันดีกับการเล่มเอ็ม เข้าhi5 นั่งดูmyspace แล้วทิ้งคอมเม้นท์หาเรื่องเค้าไปทั่วเป็นกิจวัตร
แต่ในวันนี้ดิฉันมีกิจกรรมใหม่ๆมานำเสนอ ที่สนุกสนานไม่แพ้การเข้าไปเยี่ยมชมแอบส่องดูรูปนายแบบหน้าเริ่ดหรือคนที่ท่านเกลียดในhi5แต่อย่างใด
โดยเว็บไซด์ที่ดิฉันภูมิใจจะเสนอในวันนี้ก็คือ...
ในเว็บไซด์ดังกล่าว...แม้ภายในนั้นจะไม่มีรูปนายแบบนั่งถ่องควยหรือคนที่ท่านเกลียดใส่บิกินี่โชว์นมโชว์ตูดขูดมะพร้าว
แต่ท่านก็จะได้สนุกสนานกับการดูน้ำหน้าสัตว์ป่าสัตว์น้ำสัตว์บกมากมายหลายชนิด อีกทั้งยังได้ความรู้เกี่ยวกับวิถีแห่งโลกมากขึ้นไปตามๆกัน
ซึ่งหนึ่งในคลิปที่ดิฉันภูมิใจนำเสนอมากๆก็คือ "octopus giant kills shark" หรือ "สควิดดี้หักคอหลาม" (แปลเป็นไทยตามแบบฉบับพันธมิตร)
(สนใจเชิญคลิ๊ก) ของเค้าดีจริงค่ะ ดิฉันภูมิใจเสนอมากๆ (ภูมิใจเหมือนปลาหมึกที่รัดคอหลามเป็นลูกในไส้ยังไงอย่างงั้น)
ซึ่งกูดูแล้วอึ้งมาก อีปลาหมึกก็แรง อุดปากอุดเหงือกฉลามซึ้แหง่แก๋ไปสู่ปรภพ
อีฉลามที่ว่าร้ายก็ยังพ่ายภัยปลาหมึก (แล้วอีหมึกนี่ก็โดนคนเค้าเอามาย่างกินอีกที)
ระหว่างดูอยู่ที่ว่ามันรัดคอรัดครีบกันตายกูก็อึ้งแล้ว
แต่พอมาคิดๆดูอีกทีว่าอีคนที่ไปเก็บภาพนี้มันทำได้ยังไงชั้นยิ่งอึ้งกว่า
อีห่า มึงลงไปถ่ายได้ไงไม่โดนฉลามกัดหูหลุด ไม่โดนปลาหมึกจ้วงคอขาด
แล้วพระเจ้าสร้างครีบติดแขนและเหงือกไว้หลังหูให้มึงหรืออย่างไรถึงได้ภาพขนาดนี้มา
AKA.มือเนียน: พูดว่า (0:32): เชื่อมั่น 12 พลังประชาชน พูดว่า (0:32):
อาร์เซน่อลยังนำอยู่ AKA.มือเนียน: พูดว่า (0:33):
แต่ฉลามถูกกินไปแล้วนะ เชื่อมั่น 12 พลังประชาชน พูดว่า (0:34):เนี่ย กำลังรอโหลด เชื่อมั่น 12 พลังประชาชน พูดว่า (0:40):โหหห เชื่อมั่น 12 พลังประชาชน พูดว่า (0:40):ก็มันตัวใหญ่กว่าตังเยอะ AKA.มือเนียน: พูดว่า (0:40): อีคนถ่ายแรงมาก ถ่ายได้ไงเชื่อมั่น 12 พลังประชาชน พูดว่า (0:42):มันจัดฉากป่ะ AKA.มือเนียน: พูดว่า (0:42): นั้นสินะ AKA.มือเนียน: พูดว่า (0:43): บ้านมันคงมีแท้งค์น้ำใส่ปลาหมึก AKA.มือเนียน: พูดว่า (0:43): แล้วก็แจกบทให้ฉลามรู้ตัวว่ามันจะถูกเจี๋ยนตอนไหนละมั้ง
เชื่อมั่น 12 พลังประชาชน 555 เออ
สุดท้ายนี้ ชั้นต้องขอขอบคุณเพื่อนน้องมากๆนะ ที่แนะนำคลิปสัตว์โลกน่ารักมาให้ชั้นดูเล่น ขอบคุณมากค่ะสำหรับผู้อ่านทุกท่าน ดิฉันก็ขอขอบคุณสำหรับความสนใจที่ท่านมีให้แก่entryนี้ ไว้พบกันใหม่โอกาสหน้าค่ะ สวัสดี
November 01 หลอกคืนนี้เป้นคืนอัลโลวีน...
ฉันนั่งหลอกตัวเองอยู่กับบ้านโดยการขึ้นไปสูบบุหรี่บนดาดฟ้า
ฉันคิดไปเองว่าฉันมีคุณอยู่ข้างๆนั่งมองฝนดาวตกด้วยกัน
แม้ว่าสิ่งที่ปรากฎบนแผ่นฟ้าจะมีเพียงเม็ดฝนพรายพร่ำที่หล่นร่วงลงมาเท่านั้นก็ตาม
...ย้อนกลับไปในคืนวันหนึ่งเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา
กลิ่นบุหรี่ในคืนวันศุกร์ยังล่องลอยในความรู้สึกไม่ยอมจาง
คุณทำให้ฉันกลายเป็นคนสูบบุหรี่ ทั้งๆที่ฉันไม่ได้ชอบรสชาติของมันเท่าไหร่
แต่กลิ่นของมันช่วยพาฉันกลับไปยังคืนวันนั้นก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป
ทุกวันนี้ฉันต้องสูบบุหรี่วันละมวนเพื่ออุทิศช่วงเวลานั้น(และสุขภาพปอดของฉัน)ให้กับความทรงจำของเราที่คงมีเพียงฉันที่นึกถึง
ท้องฟ้าในตอนนี้ไม่มีดาว มันไม่ระยิบระยับเหมือนคืนวันนั้น
ทุกวันนี้ฉันไม่ได้เกลียดคุณ และไม่เคยคิดว่าจะทำได้
แต่ที่ฉันไม่คุยกับคุณเป็นเพราะฉันไม่มีอะไรจะพูด คุณเองก็คงเหมือนกัน
ความรู้สึกของเรามันคงหมดอายุไปแล้ว
แต่น่าเศร้าที่ฉันยังคงคิดถึงเรื่องราวเก่าๆตลอดเวลา
ฉันอยากขอร้องให้คุณพาฉันกลับไปรู้สึกนั้น ถึงแม้มันจะเป็นไปไม่ได้
...คนเราไม่เคยย้อนกลับไปยังทางที่เขามา...
เราเองก็เช่นกัน
เราจากกันอย่างไร้คำอำลา
ปราศจากน้ำตา
แม้แต่ความรู้สึกก็หายไป
รูปถ่ายของเรากลายเป็นรูปใบเก่าเพียงช่วงข้ามวัน
คุณกับฉันกลายเป็นคนไม่รู้จักกันเพียงชั่วข้ามคืน
..ตอนนี้บุหรี่หมดมวนแล้ว..ชั้นคงต้องลงไปข้างล่างและใช้ชีวิตของฉัน
...ต่อไป...
........
........
October 28 วันนี้เป็นวันปิดเทอมครั้งสุดท้ายในชีวิตของชั้นในที่สุดชีวิตชั้นก็ล่วงเลยมาถึงปีสี่... ชั้นไม่เคยคิดเลยว่าชั้นจะเรียนสูงขนาดนี้
ทั้งๆที่แต่ก่อนชั้นก็อุตส่าห์ตั้งใจว่าชั้นจะเรียนแค่ม.3แล้วทำงาน7-11แท้ๆ
ไม่นึกเลยว่าชั้นจะได้เรียนสูงถึงระดับปริญญาแถมยังมีทีท่าว่าจะได้เรียนป.โทอีก
ก็อย่างว่าละ ต่อไปชั้นก็คงเรียกตัวเองว่าวัยรุ่นไม่ได้
ชั้นจะถูกนับรวมเข้ากับประชากรวัยทำงานเต็มตัว
เวลาไปเที่ยวผับคนเค้าถามว่าเรียนไหนก็ต้องตอบว่าทำงานแล้ว
เพราะงี้แหละช่วงเวลาที่ชั้นยังอยู่ในสภาพนิสิตชั้นจึงต้องรีบเที่ยว
พวกแกก็ควรรีบเที่ยวเหมือนกันอย่ามัวแต่มาสมน้ำหน้าชั้น
และเนื่องจากว่าช่วงนี้ชั้นใกล้จะเรียนจบแล้ว
จึงมักมีคนมากมายมาถามชั้นว่าชั้นฝึกงานที่ไหน
ในส่วนนี้ชั้นต้องขอตอบไว้เลยว่า
งานน่ะชั้นไม่ฝึก เพราะชั้นทำเป็น
ดังนั้น ไม่ต้องมาถามชั้นอีกแล้วนะ
เมื่อวันพฤหัส-ศุกร์ที่ผ่านมาชั้นไปพัทยามาด้วย
วันแรกเป็นโปรแกรมสัมมนาปลาทอง
คุยเรื่องงานลอยกระทงที่จะถึงวันที่24พฤษจิกายนศกนี้
ส่วนวันที่สองเป็นโปรแกรมท่องเที่ยวกับเพื่อนสาวหัวสูงกันที่เกาะล้าน
(เกาะพันเกาะหมื่นเกาะแสนเราไม่เที่ยวกันเพราะมันถูก)
ที่ไปเนี่ยเราก็เที่ยวกันแบบเช้าไปเย็นกลับเพราะแม่เทคไม่ยอมให้เทคค้างและคอนโดแม่แพทไม่ว่าง
(ก็อย่างว่าละใครจะเห็นแฟนดีกว่าเพื่อน จริงมั้ยเจี๊ยบ?)
สำหรับภาพบรรยากาศการท่องเที่ยวชั้นก็นำมาเผยแพร่แล้วทางอินเตอร์เนต
จะดูจากสเปซนี่ก็ได้ จากhi5ชั้นก็ดี ทำเหมือนมีทางเลือกมากมายที่จริงรูปก็คล้ายๆกัน
เดี๋ยวชั้นจะไปทำงานทำการแล้ว วันนี้ต้องขอลาไปก่อน ชั้นรักพวกแก
รักพวกแกทุกคนที่ยังมีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่บ้าง
take careจ๊ะ สวัสดี
ป.ล.ขอเสริมสักนิดนึง
เรื่องราวเกี่ยวกับพัทยาสามารถติดตามอ่านได้ใน http://www.uptogu.com/gu/nien อีกด้วย
ทำเหมือนมีทางเลือกอีกละ เหมือนโปรโมตชั่นมือถือที่ทำเป็นจะประหยัด ที่แท้ก็ไม่ต่างกันสักนิดเดียว
October 17 ไม่อยากจะพูด~ ไม่อยากจะพูดดด~ไม่ต้องมาถามเรื่องเกรดเทอมนี่นะ
เกรดแย่มากๆ
ดูเส่ะ แค่4.00แค่นี้ก็เอามาไม่ได้
กูนี่โง่จริงๆเลย October 11 ย้อนวันนี้กลับมาทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านไปในช่วง1เดือนมานี้
บางอย่างก็แจ้มชัดเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน
แต่ก็มีหลายอย่างที่จำไม่เห็นได้ว่ามันเคยเกิดขึ้น
จึงมักมีวันที่ว่างเปล่าให้เราสงสัยได้เสมอว่าตอนนั้นเราทำอะไรอยู่
กับแค่หนึ่งเดือนที่ผ่านมายังไม่สามารถจำเรื่องราวที่เคยเกิดได้สมบูรณ์
นี่คงไม่ต้องคิดเลย ว่าจะนึกถึงความจำเมื่อ8ปีที่แล้วได้ยังไง
สมองมนุษย์แม้จะใหญ่กว่าสัตว์อื่นๆ แต่ก็ยังเล็กไปที่จะจำเรื่องที่เคยเกิดขึ้นทั้งหมดในชีวิตได้หมด
เราจึงเลือกที่จะจำเฉพาะบางเรื่อง...
บางเรื่องก็อยากจำ... บางเรื่องไม่อยากจำแต่ก็กลับไม่ลืม...
ความทรงจำบางเรื่องก็ทำให้เรายิ้มได้ บางเรื่องก็ทำร้ายเราได้เสมอ
แต่ที่แน่ๆมันกลับมาหาเราในรูปแบบที่แตกต่างจากเดิมทุกครั้ง เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาที่เกิดการเล่าใหม่
ฉันเรียกมันว่า "การเกิดใหม่ของอดีต"
สิ่งนี้ทำให้อดีตไม่เคยเก่า เวลาย้อนกลับมาหาเราได้เสมอ
ฉันไม่เชื่อคำที่บอกว่า เวลาเหมือนสายน้ำที่ไม่เคยไหลย้อนกลับ
ฉันคิดว่ามันย้อนกลับมาได้เสมอ แต่เป็นรูปแบบที่แตกต่างจากเดิม
อดีตมีความวกวน เล่นกลในตัวเอง มันจึงย้อนยอกกลับมาหาเราเสมอ
อย่างที่เราเรียกมันว่า
"ความยอกย้อนของอดีต"
ย้อนกลับไปหามันได้ แต่อย่าไปยึดติดกับมัน เพราะอนาคตรอเธออยู่
October 03 กลิ่น
มีคนกล่าวเอาไว้ – ไม่ว่าเราทำอะไร มันมักจะก่อทั้งผลดีและร้ายขึ้นเสมอ การกระทำก็เหมือนกับเหรียญที่มีทั้งด้านหัวและก้อย
ผมลองพลิกมันดูทั้งสองด้าน ......
ทำยังไงถึงจะมองทั้งสองด้านไปได้พร้อมๆกัน?
ผมจับเหรียญวางบนนิ้วโป้งแล้วดีดขึ้นไปบนอากาศจนมันหมุนคว้าง
... เห็นสองด้านพร้อมกันแล้ว... .... .... ....
…แต่เห็นได้ไม่ชัดเท่าไหร่... .... .... .... ....
... ทำยังไงถึงจะเห็นชัดขึ้น... .... .... .... ....
…ผมคิดกับตัวเองอีกครั้ง... .... .... .... ....
เด็ก ๆ วิ่งเล่นหลังโรงเรียนเลิก
“คุณน้ามาทำอะไรที่นี่เหรอคะ”
เด็กหญิงแก้มแดงเรื่อในชุดนักเรียนกระโปรงสั้นเหนือหัวเข่าเข้ามาคุยกับผม นัยน์ตากลมใสบริสุทธิ์จ้องมาที่ผมไม่กระพริบ เส้นผมของเธอเปียกเหงื่อลู่ติดหน้าผาก ท่าทางคงวิ่งเล่นมาจนเหนื่อย
“หนูอายุเท่าไหร่แล้วจ๊ะ?”
“สี่ขวบค่ะ”
เสียงหวานใสตอบกลับมาอย่างว่องไว เธอนั่งลงข้างๆผม เข้ามาใกล้จนได้กลิ่นแชมพูอ่อนผสมกลิ่นเหงื่อเด็ก
“หนูน่ารักจังเลย ขอน้าอุ้มหน่อยนะ”
เด็กหญิงไม่ตอบ ผมจึงจับเธอนั่งตัก ผิวหนังของเราสัมผัสกัน กระโปรงของเธอเลิกขึ้นจนเห็นกางเกงในผ้าฝ้ายสีขาว
“กางเกงในหนูท่าทางจะใส่สบายนะ น้าขอดูหน่อยสิ”
เด็กหญิงไม่ตอบอีก ผมจึงค่อยๆรูดกางเกงในของเธอออกจากขาขาวๆทั้งสองข้าง ผมลองดมดูได้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มผสมกับกลิ่นเหงื่อของเธอผสมกัน หอมจนหยุดดมไม่ได้ มันเตือนให้ผมคิดถึงกลิ่นของแม่ที่คุ้นเคยเมื่อตอนเด็กๆ
... กลิ่นที่แสนคิดถึง ...
“ไอ้เหี้ย! มึงทำอะไรของมึงวะ”
เสียงร้องตกใจของนักการทำให้ผมสะดุ้งจากภวัง มือซ้ายควานหามีดสั้นที่เสียบอยู่กับกางเกงยีนส์ มือขวาเอากางเกงในที่ถืออยู่สักครู่นี้ยัดใส่ปากของเด็กหญิง
“ไอ้สัด! ขืนมึงเดินเข้ามาอีกก้าวเดียวกูจ้วงคออีหนูนี่แน่”
ผมขู่ พยายามทำใบหน้าเหี้ยมเกรียมที่สุดในชีวิต
“ใจเย็นๆ วางมีดก่อน มีอะไรค่อยมาคุยกันได้”
ท่าทีของนักการอ่อนลงเมื่อเห็นแววตาเอาจริงของผม ผมกระชับตัวเด็กน้อยแน่น เธอไม่ร้องสักเอะ ต่างจากคนรอบตัวที่เริ่มมามุงดูเราเยอะขึ้นเรื่อยๆ อย่างครูสาวคนนั้นแค่เห็นมีดก็กริ๊ดสลบ นักเรียนหญิงกลายเป็นตัวประกันในช่วงพริบตา ผมแน่ใจว่าตัวเองกำลังมอบวินาทีที่สำคัญที่สุดในชีวิตให้เธอ
เด็กนักเรียนหลายคน วิ่งไปชิดกำแพง แอบดูอยู่ไกลๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เด็กหญิงยังไม่ร้องสักเอะ ได้แต่จ้องผมตาใสแป๋ว
“เด็กดี อยู่นิ่งๆนะจ๊ะ อีกสักพักเดี๋ยวก็จบแล้ว”
ผมปลอบเด็กน้อย ก่อนจะดึงกางเกงในที่อุดปากเธออยู่นั้นมาซับเหงื่อให้ตัวเอง
"แน่จริงมึงเอามีดปาดคอกูสิวะ"
เสียงเด็กหญิงที่เคยหวานเจี๊ยวแจ๊วเมื่อครู่นี้ กลายเป็นเสียงต่ำกรอดลอดไรฟันน่าขนลุก
“ไอ้สัด! ไม่ได้ยินหรือยังไง แน่จริงมึงเอามีดปาดคอกูสิโว้ย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
เด็กหญิงหัวเราะรวน จ้องผมไม่กระพริบตา เส้นเลือดแดงก่ำ เส้นเอนปูดโปน ผมตกใจจนปล่อยเธอลง ร่างของเธอกระแทกกับพื้นอย่างแรง หัวเข่าถลอกปอกเปิกไปหมด
“มึงรู้มั้ยว่ากูลูกใคร “
เด็กหญิงลุกขึ้นยืนช้าๆ เธอเดินมาหาผมที่กำลังถอยหนีตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด
“กูถามว่า มึงรู้มั้ยว่ากูลูกใคร!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
เธอเปลี่ยนจากเสียงต่ำลอดไรฟันเป็นเสียงตะคอกดังจนผมเข่าอ่อนลงไปทรุดนั่งลงกับพื้นสนาม
“กูจะไปรู้ได้ไงวะอีเหี้ย”
ผมอยากขยับหนี แต่ขาผมมันไม่ยอมเชื่อฟัง เธอเข้ามากระชากคอเสื้อแล้วกระซิบข้างหูผม
“จำใส่กบาลเน่าๆมึงไว้ พ่อกูชื่อคานธี ”
“คานธี...”
ผมทวนชื่อซ้ำ แทบไม่อยากเชื่อหูของตัวเอง ผมรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน น้ำหูน้ำตาไหล ทนไม่ไหวจนต้องอาเจียนโรตีไส้กล้วยที่กินเข้าไปเมื่อเช้าออกมาจนหมด
เด็กน้อยมองหน้าผมด้วยสายตาของผู้ชนะ ... ... ... ...
.. ผมนั่งกอดเข่า ตัวสั่น ด้วยความหวาดกลัวและสับสน ..
...ความรู้สึกมึนงงเข้าจู่โจมเหมือนใครสักคนเอาไม้ฟาดเปรี้ยงเข้ากลางกบาล...
...ผมจำอะไรไม่ได้เท่าไหร่ รู้สึกเพียงแค่ว่าในปากมีรสเฝื่อนขมของอาเจียนติดอยู่เท่านั้น...
ผมคลำหาเหรียญในกระเป๋า แต่สิ่งที่ล้วงออกมาได้กลับเป็นกางเกงในสีแดงกรัง
...ไม่ใช่สิ...
ผมแน่ใจว่าก่อนหน้านี้มันเป็นสีขาว...
ผมรู้สึกคุ้นเหมือนเคยเห็นมันที่ไหนสักที่
ผมลองตรวจสอบด้วยสายตา
กางเกงในลายลูกไม้อย่างดีท่าทางเป็นของราคาแพง
เมื่อลองดมดูผมได้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มผสมกลิ่นเหงื่อเด็กที่เจืองจางกับกลิ่นเลือด
...หอม...จนผมหยุดดมไม่ได้...
September 23 21 กันยายนเป็นวันที่มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นในชีวิตกูหลายเรื่องประการที่หนึ่ง - หมุยเอาหนังสือที่กูคิดว่าหายมาคืน
(กูคงไม่ดีใจขนาดนั้น ถ้ามันไม่ใช่หนังสือห้องสมุดเล่มละ50เหรียญUSที่มีขายเฉพาะในเกาหลี)
ดังนั้น พอหมุยเอาหนังสือมาให้กูจึงเทิดทูนให้มันเป็นนางฟ้าของกูไปเลย
ประการที่สอง - กูสอบเสร็จ
อีห่า ดีใจที่สุดในชีวิต!!!
ในที่สุดกูก็ผ่านพ้นช่วงเวลาแบบนี้มาได้อีกครั้ง
ช่วงเวลาที่มีสอบ6วิชาในสัปดาห์เดียวกัน
ช่วงเวลาที่กูต้องปั่นรายงานควบคู่ไปกับการอ่านหนังสือ
ในที่สุดมันก็จบลงซะได้ ขอบคุณผีพระเจ้า!!!!
ประการที่สาม -ไอ้ตั๊ดเลี้ยงวันเกิดวันนี้
กูดีใจนะที่มึงเกิดมา ดีใจที่ได้แดกabsinthมึงด้วย ของมันดีจริงๆ
ถึงแม้รสชาติจะเห้เหมือนเอาน้ำยาบ้วนปากกรวกคอก็เถอะ
แต่แดกเเล้วมันเมาเร็วมาก แฮลกฮอล์70%นี่ฆ่าคนตายได้เลย
วันเกิดมึงปีนี้สนุกมากๆ ไม่มีมนุษย์ดาวอังคารเพ่นพ่านเยอะเเยะแบบคราวก่อน
ผู้คนที่มาร่วมงานก็เป็นมิตรน่าสนิทชิดเชื้อ
ไม่มีใครคิดจะทำร้ายใคร ไม่มีใครทำแก้วตกใส่ตีนกู
เหตุการณ์วันนี้มีเเต่เรื่องดีๆ ดูดีไปเสียทุกอย่าง
จวบจนวินาทีที่มึงจะต่อยเพื่อนกูนี่แหละ
กูกลัวขึ้นมาถนัดใจ
กูเป็นมนุษย์ดาวศุกร์ กูไม่ชอบการสู้รบ
ถึงแม้กูจะพูดคำหยาบ - แดกเหล้า - กินเนื้อ - ไม่ดีท๊อกซ์ - ไม่ชอบอาหารมังสวิรัติ
แต่กูก็ยังรักสงบอยู่นะ
...
กูเป็นมนุษย์ดาวศุกร์ที่อยู่ในโลกที่เชื่อว่า
"แค่ลมพัดชั้นก็รักคุณได้แล้ว"
ไม่เหมือนพวกมึง อีมนุษย์ดางอังคารที่
"แค่มองหน้ากูก็ต่อยมึงได้แล้ว"
แค่แมงสาบไต่ผนังกูยังกลัวเลย
จะประสาอะไรกับคนต่อยกันกูจะไม่กลัว
อีห่าอย่าทำแบบนี้อีกนะ ไม่งั้นกูไหว้จริงๆด้วย
ป.ล.
ยังไงก็ตาม กูก็ยังชอบวันนั้นอยู่ดี ขอบคุณนะ
September 15 กู - ปลาทอง - สระจุฬา
: พักนี้ชีวิตกูเริ่มมีเรื่องราวมากมายมาให้ครุ่นคิดบ่อยๆ จากการที่ช่วงนี้มีเรื่องราวมากมายในชีวิตที่ผ่านเข้ามา และถกเถียงประเด็นทางปรัชญาเรื่องแนวคิดของนิชเช่กับการร้องเพลงของลิเดีย
: กูรู้ว่ากูไม่ได้ว่างขนาดนั้น แต่บางครั้งกูก็อยากเดินออกจากห้องคอมไปนั่งดูปลาในสระจุฬาให้มันผ่อนคลายขึ้นบ้าง
: กูนั่งมองปลาทองในสระจุฬา ปลาทองตาแป่ว ตัวสีส้มสวย มันโบกครีพอ่อนบางส่ายไสวไปมาในลำน้ำเหมือนนางรำโบกแพรแก้ผ้าตามสี่แยกบางขุนพรหม
: กูชอบมองปลาทองในสระจุฬา หน้าตามันน่ารัก ลักษณะการว่ายน้ำของปลา การสะบัดหางดุ๊กดิ๊กทำให้กูอดไม่ได้ที่จะรักและเอ็นดู
: กูรักปลาทองในสระจุฬา ด้วยความไม่ยั้งคิด กูจึงจุ่มมือลงในน้ำ หมายจะช้อนปลาทองกลับไปเลี้ยงในอ่างหลังบ้าน แต่ทันที... ที่มือของกูได้สัมผัสกับวุ้นบนหัวปลา
...มึงรู้มั้ย... ว่ากูรู้สึกไม่ไว้ใจหัววุ้นนิ่มๆของมันขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้ กูรีบชักมือกลับขึ้นจากน้ำทันที ก่อนที่จะเดินกลับคณะ โดยไม่หันกลับมามองมันอีก
: กู – ปลาทอง – สระจุฬา บางที...ถ้ากูไม่เอามือไปลูบหัวปลาทองคงดีซะกว่า
*หมายเหตุ* ปลาทองเป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและญี่ปุ่น ต่อมาถูกนำไปเลี้ยงในยุโรปเมื่อศตวรรษที่17 ชาวจีนและชาวญี่ปุ่นนับเป็นชนชาติแรกที่รู้จักวิธีการผสมพันธุ์ปลาทอง ปัจจุบันปลาทองมีขายทั่วไป หาได้ง่ายตามจตุจักร ในสระจุฬา ปลาทองและปลาอานนท์สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข แต่ก่อนปลาทองชอบเล่นกะคน แต่พอมีคนไปลูบวุ้นมัน มันเลยเริ่มเก็บตัว ไปอยู่กะปลาอานนท์เงียบๆที่ก้นบ่อแทน
ป.ล. ปลาอานนท์ต่างจากปลาทองตรงที่ไม่มีขายในจตุจักร แต่ไปทำความรู้จักได้ที่นี่
http://buyonegetwe.wordpress.com/2007/08/08
ทุกอย่างจบลงที่นี่ สวัสดี กูมีรายงานต้องทำต่อ
September 06 วันอังคารที่4 กันยายน 2550กิจกรรมช่วงเช้า
- ถ่อไปมหาลัยแต่ไก่โห่ไปเรียนวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันออก
- นั่งคุยกะรุ่นน้องหน้าตึกก่อนเข้าเรียน
- 9นาฬิกาขึ้นเรียน
- 9นาฬิกา 10นาที ลงมานั่งหน้าตึกเหมือนเดิมเพราะอาจารย์ยกเลิกclass
- ตั้งใจจะไปทำรายงานให้เป็นชิ้นเป็นอันสักตัว
- อย่างที่รู้ๆกัน ว่ามันไม่สำเร็จ
สรุปกิจกรรมช่วงเช้า - ไม่ได้เรียนหนังสือ แต่กลับใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการนั่งส่องhi5ชาวบ้าน
ประโยชน์ที่ได้รับ - ไม่มีเลย งานก็ไม่ได้ทำ
กิจกรรมช่วงบ่าย
- แดกข้าวกับเพื่อน
- คุยกับเเม่ขวัญ
- ไปศูนย์เอเชียศึกษาเพื่อยืมหนังสือทำรายงาน
- กลับคณะพร้อมหนังสือภาษาอังกฤษล้วน7เล่มควายที่ทำให้กูจะบ้า
- 2.30น.ไปถึงห้อง105ตึกอํกษรศาสตร์1(หรือเทวาลัยฝั่งติดวิศวะ)
เพื่อไปจัดบอร์ดงานนิทรรศการตามที่อ.ปิยนาถมอบหมาย
- อีห่า ไม่มีใครมานอกจากกู จันเจ้า และหมุย
- 3 นาฬิกากว่าๆ เดินไปตึกเคมีจะยืมผ้าฝ่ายศิลป์มาประดับบอร์ด
- กูใช้เวลา15นาทีเดินไปตึกเคมีเพื่อรับรู้ว่าวันนี้ตึกปิด
- พยายามอารมณ์ดี เดินไปตงเอียงเพื่อซื้ออย่างอื่นมาปูบอร์ดแทน
- 4โมงกว่ากลับถึงห้อง105 ทุกคนมาทำงานกันหมดแล้วพร้อมมองหน้ากูแบบเคืองๆว่ามึงหายไปไหนมา
- 4โมงมากกว่าตะกี้ กูและเพื่อนๆเอากระดาษที่ซื้อมาไปปูรองบอร์ดให้มันดูดีขึ้น
- 30นาทีต่อมาบอร์ดดูดีขึ้นทันตาเห็น กูภูมิใจมาก
- ไม่นานนักก็สังเกตได้ว่าเหลือกระดาษอีก4แผ่น กูสงสัยมากกว่ามาจากไหน
- บอร์ดมี4อัน ปูบอร์ดละ4แผ่น ซื้อมา20แผ่นก็น่าจะใช้หมดดิวะ?
.
...
. . . . .
. . . . . . . .
. . . . . . . . . . .
กริ๊ดดดดดดด!!!!! อีห่า!!! กูนี่มันโง่บรม!!!!!
ไปเข้าใจได้ไงว่ะว่า 4คูณ4 เท่ากับ20
กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!
สรุปกิจกรรมช่วงบ่าย - แดกข้าว ยืมหนังสือ จัดบอร์ด
ประโยชน์ที่ได้รับ - รู้สึกว่าตัวเองโง่มาก
เฮ้อ~ในที่สุดกูก็เข้าใจตัวเองซะที
August 23 มนุษย์เกิดมาเพื่ออะไรวันนี้ได้คุยกับเทค ถกกันเรื่องปัญหาอภิปรัชญา เห็นว่าน่าสนใจดี จึงเอามาลงให้ทุกคนได้อ่านเเละขบคิดกัน
มนุษย์รายงาน says: เทคว่ามนุษย์เกิดมาเพื่ออะไร ¡¿¡ เตโซลองโก!?! says:คำถามเชิงปรัชญานี่นา ¡¿¡ เตโซลองโก!?! says:ชั้นเชื่อเอง ส่วนตัว ว่าแต่ละคน มี function บางอย่าง เพื่อโลกนี้ ¡¿¡ เตโซลองโก!?! says:ถ้าคิดให้เป็นภาพ ตัวอย่างออกจะเหลาเหย่ คือเป็นฟันเฟืองอ่ะ ¡¿¡ เตโซลองโก!?! says:คือ การที่แกมีตัวตนอยู่น่ะ แกก็ได้ทำบางอย่างกับโลกนี้แล้ว ¡¿¡ เตโซลองโก!?! says:อย่างเช่นแกเป็นดารา แกได้ออกทีวี ส่งผลให้คนอารมณ์ดีตอนดูละครที่แกเล่น มนุษย์รายงาน says: แล้วเทคว่าตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร ¡¿¡ เตโซลองโก!?! says:ชั้นว่าหลายคนบนโลก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร ¡¿¡ เตโซลองโก!?! says:ชั้นก้อไม่รู้ แต่ชั้นได้แต่หวังว่า ที่ชั้นมีความรู้ภาษาสเปนอยู่บ้าง ชั้นคงให้อะไรกะโลกนี้ได้ บางทีก้ออาจจะให้ไปบ้างแล้ว ¡¿¡ เตโซลองโก!?! says:อย่างที่ชั้นไปสอนภาษาสเปนน้องพีค เด็กเรียนพิเศษชั้นงี้ ¡¿¡ เตโซลองโก!?! says:แต่ชั้นก้อยังหวังอยู่นะ ว่าจะได้ทำอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ในโลกนี้ ¡¿¡ เตโซลองโก!?! says:แต่บางคน ก้อไม่ได้เกิดมาเพื่อจะยิ่งใหญ่ ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อทำรายงานใช่มั้ย? says: คนเราอาจไม่ได้เกิดมามีfuctionเดียวนะเทค แย่างมือถือสมัยนี้ก็ทำอะไรได้ตั้งหลายอย่างนอกจากโทรออกเพราะเล่นเกมงูได้ด้วย ¡¿¡ เตโซลองโก!?! says:ที่ชั้นพูดมันมิติเดียวไงแก ¡¿¡ เตโซลองโก!?! says:อย่างอาจารย์รัศมี นอกจากจะเขียนดิกสเปนแล้ว ยังมีอาชีพเสริม โน้มน้าวให้คนกินมังสวิรัติ ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อทำรายงานใช่มั้ย? says: หรืออย่างเทคนอกจากมีความรู้ภาษาสเปน เทคก็ยังเป็นเพื่อนที่ทำให้ชั้นมีเรื่องต้องเขียนลงไดเสมอ ¡¿¡เตโซลองโก!?! says:
อ่ะอีดอก ทำนาบนหลังเพื่อน จะเอาแต่เขียนได ¡¿¡ เตโซลองโก!?! says:อบ่างบางคนไม่ได้เกิดมาเพื่อยิ่งใหญ่ บางคนอาจเกิดมาเพื่อเป็นคนธรรมดา เพราะถ้าไม่มีคนธรรมดา ก้อจะไม่มีคนยิ่งใหญ่ ¡¿¡ เตโซลองโก!?! says:เราเป็นฐานให้เค้า แค่นี้ก้อน่าภูมิใจ ¡¿¡ เตโซลองโก!?! says:แกลองนึกภาพ ทุกคนบนโลกเป็น มารี คูรี สิ ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อทำรายงานใช่มั้ย? says: เทคคิดอะไรเจียมตัวมากเลย น่าจะไปเกิดเป็นไพร่สมัยอยุธยา ¡¿¡ เตโซลองโก!?! says:แกจะไปรู้อะไร ชั้นอาจจะเคยเป็น ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อทำรายงานใช่มั้ย? says: ไพร่หรือ มารี คุรี ¡¿¡ เตโซลองโก!?! says:แต่กลัวจะเป็นทาสเชลย หรือประเภทไหนนะ ที่ไถ่ตัวไม่ได้ ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อทำรายงานใช่มั้ย? says: แต่ชั้นว่าแกน่าจะเป็นมาราย แครีมากกว่านะ
(ภาพประกอบสวยงาม) ¡¿¡ เตโซลองโก!?! says:ชั้นก้ออยากเป็นนะ มาราย แครี ¡¿¡ เตโซลองโก!?! says:แต่ชั้นคงหนักนมตัวเอง จนนอนไม่หลับ ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อทำรายงานใช่มั้ย? says: แกเป็นมาราย คูรี่ไปก่อนแล้วกัน ¡¿¡ เตโซลองโก!?! says:ก้อได้ ฉันไม่ได้เกิดมาเพื่อทำรายงานใช่มั้ย? says: เอาสมองกะนมมาอย่างละครึ่ง ¡¿¡ เตโซลองโก!?! says:ชั้นคงตายตาหลับ
จบแล้ว ฉันหวังว่าบทสนทนาของเราจะเป็นประโยชน์แก่โลกนี้บ้าง ไม่มากก็ไม่มีเลย ลาละค่ะมนุษย์ทุกคน August 16 "ถ้าไม่อยากทำก็ต้องทำ"
แม้ว่าตั้งแต่เข้าอักษรมา
ชั้นจะผ่านการทำรายงานมาแล้วไม่ต่ำกว่า40เล่ม
(อย่าตกใจกับจำนวน มันเกิดขึ้นได้จริงๆ ถ้ามึงเรียนเอกประวัติศาสตร์ โทวรรณคดีเปรียบเทียบ)
แต่ก็ไม่ได้มีอะไรที่บ่งชี้ได้เลย ว่าชั้นชอบทำรายงาน . . . สังเกตได้ว่า
กว่ารายงานแต่ละชิ้นมันจะเสร็จออกมาเป็นรูปเล่มแต่ละที่
ชั้นจะใช้เวลานานมาก
ด้วยว่าชั้นถือหลักที่ว่า
"ถ้าไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ"
แต่ชั้นก็ไม่รู้ตัวเองว่าจะอยากทำงานเมื่อไหร่
จึงต้องนั่งหน้าคอมต่อไปเรื่อยๆ
นั่งเล่นเกมส์ คุยเอ็ม ทำhi5 อัพได อะไรไปตามเรื่องตามราว
ทำให้มีหลายต่อหลายครั้ง
ที่ชั้นรู้สึกตัวตอนตีสี่ แล้วพบว่า งานยังไม่เสร็จสักชิ้น
เพราะชั้นไม่อยากทำรายงานสักที่ . . . วันนี้
ชั้นแค่จะมาบอกว่า
หลักดังกล่าวที่ชั้นถือ (ถ้าไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ)
มันไม่ควรนำมาใช้กับชีวิตจริง
เพราะมันชิบหายมาก
ตอนนี้กูมีงานกองที่ตีน6ชิ้นด้วยกัน
เฮ้อ!
เห็นงานแล้วท้อใจมากเลยแก
เอ๊ะ!
ว่าแต่ชั้นมัวทำอะไรอยู่ที่นี่วะหนะ?
July 30 เวียนเทียน เขียนอ่าน
เนื่องจากวันนี้เป็นวัดเข้าพรรษา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและหน้าที่การงาน ดิฉํนจึงเห็นว่าเป็นเรื่องเหมาะควรที่จะเขียนเรื่องราวเผยแผ่กิจกรรมทางพุทธศาสนา
----------------------------------------------------------------------------------------- ในที่นี้ดิฉํนอยากให้คุณผู้อ่านสังเกตว่าดิฉํนใช้คำว่า"เผยแผ่"มิใช่"เผยแพร่" ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากจากพระอาจารย์ผู้สอนวิชาพุทธศาสนาของดิฉํนตอนม.3มักเน้นย้ำอยู่เนื่องๆว่า พุทธศานาเป็นของดี-ของงาม-ของเย็น ส่งผ่านไปถึงที่ใดก็จะมีแต่ความสุขความเจริญ (อย่างเช่นประเทศไทยซึ่งเจริญมาก) จึงสมควรที่จะใช้คำว่าเผยแผ่มิใช่เผยแพร่ที่หมายถึงการแพร่กระจายของทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดี เช่น อารยธรรมตะวันตก หรือ เชื้อโรคเป็นต้น -----------------------------------------------------------------------------------------
สืบเนื่องจากเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ดิฉันได้ตั้งปฎิธานไว้แล้วว่าปีนี้จะเป็นคนดี เล่นธีมแม่ชีให้ได้ตลอดรอดฝั่ง เข้าวัดทำบุญตักบาตรกรวดน้ำทำดีท๊อกซ์ไม่หลงมัวเมาในอบายมุข โดยจากเวลาที่ผ่านมากว่าครึ่งปีมานี้ ก็ทำได้มักไม่ได้มั้งตามประสามนุษย์ธรรมดามีเลือดมีเนื้อต้องกินต้องเยี่ยว
แม้ว่าธีมประจำปีนี้ ดิฉํนจะทำได้มั่งไม่ได้มั่ง ทำบุญมั่ง เตะหมามั่ง เข้าวัดมั่ง เข้าผับมั่ง ตามเรื่องตามราว
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ดิฉันมีความยินดีที่จะแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า
โครงการทำเวียนเทียนแบบแฮตทริกประจำปี2550 ของดิฉํนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
“การทำเวียนเทียนแบบแฮตทริกคืออะไร?”
หลายๆคนถามดิฉํนมา และแม้จะตอบไปหลายครั้งแล้ว ดิฉํนจะตอบอีกทีก็ได้ว่า แฮตทริก เป็นคำศัพท์ที่มีที่มาจากเกมการแข่งขันฟุตบอล มีความหมายว่า การที่ผู้เล่นคนเดียวกันสามารถทำประตูได้สามนัดในเกมเดียว ซึ่งมันเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ขนาดไหนเราก็ย่อมรู้ โดยเฉพาะเด็กอักษรที่แข่งบอลกะใครก็ไม่ชนะเค้าซักที ยิ่งแฮตทริกนี่อย่ามาพูดถึงกันอีกเลย
ดังนี้เองเมื่อนำคำว่าแฮตทริกมาสมาธกับการเวียนเทียน จึงมีความหมายว่า การที่มนุษย์คนหนึ่งสามารถทำเวียนเทียนในวันพระสำคัญๆได้3ครั้งในปีเดียวกัน และดิฉํนก็ภูมิใจมากที่จะบอกว่า ฉํนเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่สามารถทำเวียนเทียนแบบแฮตทริกติดต่อกันได้ในปีนี้ โดยไล่จากมาฆะ วิสาขะ จวบจน อาฬหะ ดิฉันก็สามารถไปเวียนเทียนได้ไม่มีขาด แถมยังไม่ได้ไปคนเดียว หากแต่ยังชวนชาวบ้านชาวช่องไปเวียนเทียนอีกด้วย
บ้างก็ไป
บ้างก็ไม่ไป
เชอะ อีพวกบอกบุญไม่รับ
แต่ดิฉันก็ไม่ถือโทษโกรธเคืองแต่ประการใด และพร้อมเสมอหากพวกเขาเหล่านั้นจะหันกลับมาให้ความสำคัญกับพุทธศาสนาบ้าง
มิใช่มาดีแต่พูดว่า
“เวียนเทียนเสร็จแดกเหล้าที่ไหนมาชวนด้วย”
หรือ
“พระพุทธเจ้าตายไปสองพันกว่าปีแล้ว แกก็อย่าไปยุ่งกับเค้าให้มากนักเลย เดี๋ยววิญญาณเค้าจะไม่สงบสุข”
ใจบาปจริงๆ เพื่อนกูแต่ละคน
-----------------------------------------------------------------------------------------
กล่าวถึงวันอาฬหบูชาที่ผ่านมา ที่ดิฉํนไปเวียนเทียนมาจริง และไม่ได้จบลงด้วยการไปแดกเหล้าริมฟุตบาทแบบเมื่อวันวิสาขด้วย
คราวนี้ดิฉันค่อนข้างโล่งใจ เพราะอีตุ๊ดใจทรามที่เคยสะกิดกูไปแดกเหล้าเมื่อวันวิสาขะก็เดินทางกลับมหาสารคามไปแล้ว
ดังนั้นจึงทำกิจกรรมทางพุทธศาสนาได้อย่างสมบูรณ์
??แล้วเวียนเทียนมันดียังไง ทำไมต้องไปตั้ง3ครั้งในหนึ่งปี??
ตามปกติแล้ว การเวียนเทียน คือการเดินเวียนรอบปูชนียสถานสำคัญเพื่อระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย โดยใช้เทียนธูปและดอกไม้เป็นเครื่องสักการะบูชา แล้วเดินเวียน 3 รอบ ซึ่งขณะที่เดินรอบนั้นชาวพุทธทั้งหลายก็พึงตั้งจิตให้สงบ พร้อมสวดระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ไปด้วย
แต่เนื่องจากดิฉันเป็นชาวพุทธประยุกต์จึงไม่ค่อยทำตามขนบสักเท่าไหร่ ด้วยความที่เคยถามว่าแม่ตอนเวียนเทียนนี่ต้องคิดเรื่องอะไรเหรอ คุณแม่ของดิฉํนก็ตอบว่า “เดินเวียนเทียน3รอบ ก็คิดถึงตั้งแต่ก้าวแรกที่มีชีวิตไปสิ” ดังนี้เองการเวียนเทียนของดิฉํนจึงเป็นการเดินเพื่อระลึกถึงการมีชีวิต การกระทำที่ผ่านมาทั้งหมด มิใช่ว่าใช้ชีวิตไปวันๆโดยไม่รู้ตัวว่าทำอะไรไปบ้าง พร้อมทั้งตรวจสอบตนไปด้วยว่าได้กระทำตามศีลห้าครบหรือเปล่า (ซึ่งผลออกมาก็ไม่ค่อยน่าดีใจเพราะจะพบว่าตัวเองหาดีไม่ได้ซะทุกครั้งไป)
แต่อย่างไรก็ดี ดิฉันก็ชอบการเวียนเทียนมาก ไม่รู้ว่าฟุ้งซ่านไปหรือเปล่า แต่ดิฉันรู้สึกว่าการเวียนเทียนก็เปรียบเหมือนการเวียนว่ายในสังสารวัฏ ตรงที่เราเดินวนอุโบสถไปเรื่อยๆไม่ไปไหนซะที พอคิดได้แบบนี้ก็รู้สึกดีจังเลย
-----------------------------------------------------------------------------------------
สำหรับบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจในกิจกรรมนี้ แต่ไม่รู้จะไปเวียนเทียนที่ไหน ดิฉันขอเสนอให้ไปที่วัดใกล้บ้าน เพราะเอาเข้าจริงๆวัดเมืองไทยก็มีมากมายชุกชุมพอๆกะ7-11เพียงแต่ไม่ค่อยมีคนเข้า แต่ถ้าไม่ชอบใจวัดใกล้เรือนเคียง ดิฉันก็เสนอให้ไปเวียนเทียนในวัดหัวเมือง ที่มีชื่อว่า วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร หรือ วัดสระปทุม เหตุผลก็เพราะว่าวัดนี้ดูทุนนิยมดี ชั้นชอบ เป็นวัดเก๋ๆที่ถูกขนาบด้วยพารากอนกับเซ็นทรัลเวิล์ด ชั้นชอบsettingของมัน ที่ชี้ให้เห็นพุทธศาสนาในกระแสทุนนิยมได้ดี เหมาะแก่ชีวิตคนกรุงมากๆ
-----------------------------------------------------------------------------------------
วันนี้ดิฉันเขียนมาเยอะเหมาะแก่กาลจะไปแล้วค่ะ ขอจบลงแต่เพียงเท่านี้ -สวัสดี-
July 15 สูญเสีย - เสียศูนย์ชั้นรู้ว่าโลกไม่ได้ถล่ม ฟ้าไม่ได้ทลาย ของหายมันเป็นเรื่องปกติ อีกทั้งตามหลักrules of karma ที่เค้าพูดกันจนปากแฉะว่า อนิจจัง ทุกขัง อนันตา มันก็เตือนใจเราอยู่เสมอว่าใดๆในโลกล้วนไม่เที่ยง ไม่ว่ามึงจะสะสมทรัพย์สินไว้มากแค่ไหน พอตายห่าไปก็เอาอะไรไปไม่ได้ .. .. แต่ชั้นว่าเราอย่าเพิ่งไปพูดถึงอะไรทำนองนั้นดีกว่า เพราะขนาดกูยังไม่ตายยังเอาอะไรไปไม่ได้เลย
ตามที่กล่าวไปในพารากราบแรก.. ดูเผิ่นๆแล้ว ชั้นทำใจได้เร็วมากกับเรื่องกระเป๋าถูกทำให้หายในวันรับปริญญา (ชั้นต้องใช้รูปPassiveเพราะกระเป๋าชั้นมันคงไม่ได้เอาตัวมันไปซ่อนเอง และถ้าใช่ ชั้นก็จะไม่เก็บไว้) แต่สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ต้องบอกตามตรงว่า
มันเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่สุดในรอบปี และชั้นก็ไม่ได้ปลงตกกับสิ่งที่เกิด ถ้าจะพูดให้ถูก ต้องบอกว่าชั้นจิตตกซะมากกว่า
การที่กระเป๋าหายครั้งนี้ สิ่งที่หายไปกับกระเป๋ามันไม่ใช่แค่บัตรนิสิต บัตรประชาชน เงินค่าเสื้อ2000กว่าบาท ซิพาคอลที่ยังแดกไม่หมด หรือเครื่องสำอางทั้งหมดที่กูมีในชีวิต แต่มันยังรวมไปถึงสมุดที่จดงาน จดกิจวัตร จดเหี้ยจดห่า และรายละเอียดค่อนหนึ่งของชีวิตด้วย อีสมุดนี้มันสำคัญขนาดที่ว่า ถ้าไม่มีมันชั้นจะสูญเสียจิตวิญญาณในการดำรงชีวิตไปเกือบครึ่ง เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่จะเชื่อมต่อความทรงจำของฉันกับอดีตที่ผ่านมา มีคุณค่าในฐานะPrivate History เป็นสิ่งที่จะบ่งบอกถึงการมีอยู่ของอดีตในช่วงหนึ่งของชีวิต
แต่ตอนนี้... ชั้นได้สูญเสียมันไปแล้ว... และทางเดียวที่ชั้นจะได้เจอสมุดเล่มนั้นอีก ก็เมื่อชั้นคิดถึงมัน...
กลายเป็น imaginery narratives ที่อยู่ในจินตนาการ... .. .. .. .. ชั้นกลายเป็นคนไร้ราก อยู่ในภาวะพลัดถิ่น และโหยหาอดีตที่ไม่มีวันเหมือนเดิม..
จากพารากราบที่สอง.. .. .. .. นั้นคือสิ่งที่ชั้นคิดว่ามันเลวร้ายที่สุดในรอบปี... .. .. .. และชั้นก็เสียใจจริงๆ .. ที่ต้องค้นพบว่า .. ...นั้นเป็นสิ่งที่ชั้นคิดผิด... .. .. .. 0.45นาฬิกา แม่แพทออนไลน์
*PaT* นี่เธอ *PaT* ทำไดอารี่ หายรึเปล่า ภาวะไร้ราก พูดว่า (0:46):
ฮือๆ ภาวะไร้ราก พูดว่า (0:46): ทำไมแกพูดแบบนี้ *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....สเปซน้องมนนี่ ตายไปเลยนะคะ พูดว่า (0:46):เพราะว่า เพื่อนชั้นเจอไดอารี่แก แล้วมีรูปชั้นอยู่ *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....สเปซน้องมนนี่ ตายไปเลยนะคะ พูดว่า (0:46):มันเลยโทรหาาาชั้นนน ภาวะไร้ราก พูดว่า (0:48): จริงเหรอ? ภาวะไร้ราก พูดว่า (0:48): ที่ไหน *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (0:48):ถาปัดด ภาวะไร้ราก พูดว่า (0:48): เจออะไรบ้าง? ภาวะไร้ราก พูดว่า (0:48): เฮ้ย *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (0:48):ก็คงเจอทุกอย่าง ชั้นว่า ภาวะไร้ราก พูดว่า (0:48): แกรู้หรือเปล่าว่ากระเป้าชั้นหาย *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (0:49):เฮ้ย กระเป๋าเลยหรอ *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (0:49):มีอะไรมั่งอะ *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (0:49):หายได้ไงวะ ภาวะไร้ราก พูดว่า (0:49): ของที่หายมีกระเป๋าใส่เงินกะเครื่องสำอาง บัตรปปช. บัตร นิสิต สมุดจดงาน+ไดอารี่ เงินค่าเสื้อ ภาวะไร้ราก พูดว่า (0:49): เพื่อนแกเจออะไรบ้าง และชั้นจะมีโอกาสได้คืนมั้ย เพื่อนแกคนไหนที่เจอวะ*PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (0:50):เจอแต่ไดอารี่ วะแก *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (0:50):มันบอกว่า อยู่หน้าคณะ แต่ยังได้สัมพาด *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (0:50):เพื่อนเราที่ รร อ่ะ ภาวะไร้ราก พูดว่า (0:50): แก๊ *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (0:59):
แกทำหายได้ไงอะ ภาวะไร้ราก พูดว่า (1:00):
วางกระเป๋ารวมกะเพื่อนๆตอนขายของ ทำโน่นทำนี่ ภาวะไร้ราก พูดว่า (1:00): รู้ตัวอีกทีก็หายไปทั้งกระเป๋า ภาวะไร้ราก พูดว่า (1:01): แพท บอกชั้นซิว่าเพื่อนแกเก็บไดชั้นไว้อยู่ *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:01):เก็บดิ *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:02):มันบอกว่าเดี๋ยวเอามาให้เราวันจันทร์ ภาวะไร้ราก พูดว่า (1:02): ขอบคุณพระเจ้าแพท ภาวะไร้ราก พูดว่า (1:02): มันสำคัญกับชั้นมาก *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:02):i'll be your angel ภาวะไร้ราก พูดว่า (1:02): หวังว่าเพื่อนแพทจะไม่อ่านไดชั้น ภาวะไร้ราก พูดว่า (1:02): ชั้นหวังมากไปใช่มั้ย *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:02):ถ้าชั้นบอกว่า มากอะ *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:02):คือ คนอ่านใช่เพื่อนชั้น *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:02):แต่เปนพวกเด็กถาปัดคนอื่น ภาวะไร้ราก พูดว่า (1:02): โฮๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:02):แล้วมันก็ดูรูป *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:02):จนเพื่อนชั้นเหน ภาวะไร้ราก พูดว่า (1:02): กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ภาวะไร้ราก พูดว่า (1:03): ชีวิตชั้นไม่เหลืออะไรอีกแล้ว *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:03):( ซึ่งชั้นว่า ตามหลักแล้ว เพื่อนชั้นคงได้อ่านแน่เลย)*PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:03):มันเหนหน้าชั้น เลยโทรมาหาชั้น ภาวะไร้ราก พูดว่า (1:03): ไม่ได้เเล้ว ชั้นต้องลืมเรื่องนี้ ต้องอัดกัญชาจนสมองเสื่อม *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:03):แต่น่าแปลกนะ ที่กระเป๋าโดนขโมย *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:03):แล้วไดอารี่ อยู่ตรงคณะถาปัด กูอยากอัดกัญชาให้สมองเสื่อม พูดว่า (1:03): แก กูอยากอัดกัญชาให้สมองเสื่อม พูดว่า (1:04): ชั้นเสียใจมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก กูอยากอัดกัญชาให้สมองเสื่อม พูดว่า (1:04): อยากให้มันหายต่อไป *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:04):เหตุการ์นี้ทำให้ชั้นคิดว่า ถ้าชั้นทำไดหาย ขอให้ตกส้วมเลยจะดีกว่า กูอยากอัดกัญชาให้สมองเสื่อม พูดว่า (1:05): ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กูอยากอัดกัญชาให้สมองเสื่อม พูดว่า (1:05): ชั้นเสียใจ *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:05):แต่ได้มา มันก็ดีกว่าหายนะแก *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:05):ถึงจะมีคนอ่าน ทั้งถาปัด กูอยากอัดกัญชาให้สมองเสื่อม พูดว่า (1:05): ไม่จริงอะ กูอยากอัดกัญชาให้สมองเสื่อม พูดว่า (1:05): ชั้นคิดถึงอีซูซาน เมเยอร์ ในDesparated housewives กูอยากอัดกัญชาให้สมองเสื่อม พูดว่า (1:06): ชั้นกำลังตกอยู่ในที่นั่งเดียวกัน *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:06):แต่คิดในทางที่ดี *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:06):คนที่เอามาคืนยังเปนเพื่อนชั้น ดีกว่าเปนเพื่อนกลุ่มอื่น กูอยากอัดกัญชาให้สมองเสื่อม พูดว่า (1:07): ชั้นคิดแบบที่ชื่อชั้นเขียนจริงๆนะแพท *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:07):ไดที่หายนี่ใช่ที่แกเขียนระบายทุกอย่างปะวะ กูอยากอัดกัญชาให้สมองเสื่อม พูดว่า (1:08): เมนส์มาก็เขียน กูอยากอัดกัญชาให้สมองเสื่อม พูดว่า (1:08): ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:08):ตอนแรกมันถามชั้นว่า *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:08):รู้จักคนชื่อ ภิญญุดา มั๊ย *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:08):เกบไดอารี่ได้ แต่มันมีหน้าแพทอยู่ด้วย *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:08):" อยู่สินกำรึเปล่า"
กูอยากอัดกัญชาให้สมองเสื่อม พูดว่า (1:13):
เบื่อจังเลย ง่ะ - กูอยากอัดกัญชาให้สมองเสื่อม พูดว่า (1:10):
ตอนนี้กูทำอะไรก็ได้ ให้อยู่ในอารมณ์ที่มึงพูด กูอยากอัดกัญชาให้สมองเสื่อม พูดว่า (1:13): ชั้นรู้สึกแบบนี้จริงๆ กูอยากอัดกัญชาให้สมองเสื่อม พูดว่า (1:18): เพราะถ้าคนที่ไดหายไม่ใช่ชั้น ชั้นจำแล้วเก็บไปเล่าให้ลูกฟังเลย กูอยากอัดกัญชาให้สมองเสื่อม พูดว่า (1:18): แต่ในสถานการณ์แบบนี้ชั้นคือคนที่ขำไม่ออก *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:19):แล้วคนอื่นที่วางของหายด้วยปะ กูอยากอัดกัญชาให้สมองเสื่อม พูดว่า (1:19): ชั้นซวยคนเดียว กูอยากอัดกัญชาให้สมองเสื่อม พูดว่า (1:20): แพท มีวิธีไหนที่จะทำให้เพื่อนแกไม่อ่านไดชั้นบ้างมั้ย *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:21):ชั้นว่ามันคงอ่านแล้วละ *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:21):เพราะเพื่อนมันคงอ่านหมดละ *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:21):ถ้ามันเจอรูปชั้นได้ มันก็คงเปิดหมด *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:22):ชั้นว่าถ้ามีได ใครหลงมาอยู่ที่พวกเรา *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:22):พวกเราก็คง... กูอยากอัดกัญชาให้สมองเสื่อม พูดว่า (1:24): ชั้นเดาอารมณ์ออก กูอยากอัดกัญชาให้สมองเสื่อม พูดว่า (1:24): เป็นชั้นจะอ่านออกเสียงด้วย *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:26):จิ๊บ หัวใจ ส่งคนมาแก้แค้นที่แกอ่านเมล์เค้าป่าว กูอยากอัดกัญชาให้สมองเสื่อม พูดว่า (1:27): ชั้นยังไม่printออกมาอวดพวกเเกเลย กูอยากอัดกัญชาให้สมองเสื่อม พูดว่า (1:28): เรื่องแค่นี้ต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วยเหรอ *PaT* ▂ ▃ ▄ ▅ ▆ .....ภาวะหน้าเน่า พูดว่า (1:28):แกเขียนด่าใครไว้รึเปล่านะ กูอยากอัดกัญชาให้สมองเสื่อม พูดว่า (1:29): เรื่องในนั้นไม่สามารถทำให้ใครเสียหายได้หรอก นอกจากตัวชั้นเอง
จากพารากราบที่สาม..
..
..
..
..
..
..
..
..
..
สาบานได้เลย ถึงแม้ว่ากูจะรักสมุดเล่มนั้นมากเเค่ไหน
แต่การที่จะต้องทนรับรู้การมีอยู่ของมันในมือคนอื่น
โดยเฉพาะมือเด็กถาปัดนี่
แม่งจะฆ่ากูให้หัวใจวายตายซะมากกว่า คราวนี้ได้ตายไปเอาอะไรไปไม่ได้ของจริงแน่ๆ .. .. .. .. .. .. .. กูอายจริงๆ รู้ถึงไหนอายถึงนั้น ได้สมุดมาเมื่อไหร่ต้องเผาทิ้งซะให้หมด ทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลอกตัวเองไปวันๆ แล้วใช้ชีวิตต่อไป .. .. .. ..
Special Thx ขอบคุณสำหรับคำปลอบใจมากจริงๆ แตม แต่ถ้า "ของหาย-ได้แฟน" อย่างที่แกว่า ปานนี้ชั้นคงมีสัก 3ล้านคนแล้ว เพราะพอเอาเข้าจริง เวลาผ่านไปจวบจนปัจจุบัน ชั้นก็ยังไม่มีใครสักคน จะมีก็แต่เรื่องให้งามหน้ามากกว่า (แต่กระนั้นก็ตาม ชั้นจะพยายามเชื่อแกนะ)
...
นอกจากคำปลอบใจ ชั้นต้องขอบคุณอีกครั้ง เพราะทั้งๆที่ปกติในคืนวันรับปริญญาแกควรไปเที่ยวเล่นขำๆสวยๆที่ผับหัวเมืองชั้นนำของกรุงเทพสักที่ แต่วันนี้ แกกลับบ้านดึกๆดื่นๆ อยู่เป็นเพื่อนชั้น นั่งในที่มืดๆด้วยกันให้ยุงจุฬากัดเล่น แกเป็นเพื่อนที่น่ารักจริงๆ
...
นอกจากนี้ คนที่ชั้นขอบคุณยังรวมไปถึง เซฟ ป้านีท บอย น้องอู๋ และน้องโต๊ะทุกคนด้วย ขอบคุณที่อยู่กับชั้นตอนที่ชั้นต้องการเพื่อนที่สุด แม้ว่าตอนนี้สิ่งที่ชั้นต้องการจริงๆจะเป็นกระเป๋าสักใบมาอุดรูจมูกให้ตายก็ตาม
January 25 กริ๊ดดด ชั้นโดนTagกลับ!!!
ในวันนี้ ชั้นจะขอเปิดเผยความจริง5ข้อในธีมอุบัติเหตุในชีวิต เพราะชั้นเป็นคนซุ่มซ่ามมาก มีเรื่องให้เจ็บตัวตั้งแต่ยังเป็นเด็กเป็นเล็กเป็นน้อย เริ่มจาก...
คนที่ชั้นจะTagต่อไปนี้ 1. นังน้องลูกแก้ว รองประธานฝ่ายศิลป์ 2. น้องแป้งปีหนึ่ง ตึ่ง ตึง ตึ้ง 3. นุชนารถ หาดใหญ่ ฟรายชิคเก้น 4. นาวิตรี ศรีสมร ขจรศักดิ์ แม้จะอยู่ญี่ปุ่นแต่อย่าคิดว่าจะรอด 5. นังเตยหัวเห็ด (จงเอาวัฒนธรรมนี้ไปเผยแพร่ให้ชาวดอยได้ยลเสีย และอัพสเปซเสียบ้าง)
ป.ล. ชั้นขอความกรุณาสั่งห้ามอย่างเด็ดขาดไม่ให้บุคคลทั้ง5นี้แว้งมาTagชั้นกลับ
พอกันที สวัสดีชาวโลก
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|