Pinyuda さんのプロフィールที่จริงดิฉันเป็นคนฉลาด ร...フォトブログリストその他 ![]() | ヘルプ |
|
10月28日 วันนี้เป็นวันปิดเทอมครั้งสุดท้ายในชีวิตของชั้นในที่สุดชีวิตชั้นก็ล่วงเลยมาถึงปีสี่... ชั้นไม่เคยคิดเลยว่าชั้นจะเรียนสูงขนาดนี้
ทั้งๆที่แต่ก่อนชั้นก็อุตส่าห์ตั้งใจว่าชั้นจะเรียนแค่ม.3แล้วทำงาน7-11แท้ๆ
ไม่นึกเลยว่าชั้นจะได้เรียนสูงถึงระดับปริญญาแถมยังมีทีท่าว่าจะได้เรียนป.โทอีก
ก็อย่างว่าละ ต่อไปชั้นก็คงเรียกตัวเองว่าวัยรุ่นไม่ได้
ชั้นจะถูกนับรวมเข้ากับประชากรวัยทำงานเต็มตัว
เวลาไปเที่ยวผับคนเค้าถามว่าเรียนไหนก็ต้องตอบว่าทำงานแล้ว
เพราะงี้แหละช่วงเวลาที่ชั้นยังอยู่ในสภาพนิสิตชั้นจึงต้องรีบเที่ยว
พวกแกก็ควรรีบเที่ยวเหมือนกันอย่ามัวแต่มาสมน้ำหน้าชั้น
และเนื่องจากว่าช่วงนี้ชั้นใกล้จะเรียนจบแล้ว
จึงมักมีคนมากมายมาถามชั้นว่าชั้นฝึกงานที่ไหน
ในส่วนนี้ชั้นต้องขอตอบไว้เลยว่า
งานน่ะชั้นไม่ฝึก เพราะชั้นทำเป็น
ดังนั้น ไม่ต้องมาถามชั้นอีกแล้วนะ
เมื่อวันพฤหัส-ศุกร์ที่ผ่านมาชั้นไปพัทยามาด้วย
วันแรกเป็นโปรแกรมสัมมนาปลาทอง
คุยเรื่องงานลอยกระทงที่จะถึงวันที่24พฤษจิกายนศกนี้
ส่วนวันที่สองเป็นโปรแกรมท่องเที่ยวกับเพื่อนสาวหัวสูงกันที่เกาะล้าน
(เกาะพันเกาะหมื่นเกาะแสนเราไม่เที่ยวกันเพราะมันถูก)
ที่ไปเนี่ยเราก็เที่ยวกันแบบเช้าไปเย็นกลับเพราะแม่เทคไม่ยอมให้เทคค้างและคอนโดแม่แพทไม่ว่าง
(ก็อย่างว่าละใครจะเห็นแฟนดีกว่าเพื่อน จริงมั้ยเจี๊ยบ?)
สำหรับภาพบรรยากาศการท่องเที่ยวชั้นก็นำมาเผยแพร่แล้วทางอินเตอร์เนต
จะดูจากสเปซนี่ก็ได้ จากhi5ชั้นก็ดี ทำเหมือนมีทางเลือกมากมายที่จริงรูปก็คล้ายๆกัน
เดี๋ยวชั้นจะไปทำงานทำการแล้ว วันนี้ต้องขอลาไปก่อน ชั้นรักพวกแก
รักพวกแกทุกคนที่ยังมีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่บ้าง
take careจ๊ะ สวัสดี
ป.ล.ขอเสริมสักนิดนึง
เรื่องราวเกี่ยวกับพัทยาสามารถติดตามอ่านได้ใน http://www.uptogu.com/gu/nien อีกด้วย
ทำเหมือนมีทางเลือกอีกละ เหมือนโปรโมตชั่นมือถือที่ทำเป็นจะประหยัด ที่แท้ก็ไม่ต่างกันสักนิดเดียว
10月17日 ไม่อยากจะพูด~ ไม่อยากจะพูดดด~ไม่ต้องมาถามเรื่องเกรดเทอมนี่นะ
เกรดแย่มากๆ
ดูเส่ะ แค่4.00แค่นี้ก็เอามาไม่ได้
กูนี่โง่จริงๆเลย 10月11日 ย้อนวันนี้กลับมาทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านไปในช่วง1เดือนมานี้
บางอย่างก็แจ้มชัดเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน
แต่ก็มีหลายอย่างที่จำไม่เห็นได้ว่ามันเคยเกิดขึ้น
จึงมักมีวันที่ว่างเปล่าให้เราสงสัยได้เสมอว่าตอนนั้นเราทำอะไรอยู่
กับแค่หนึ่งเดือนที่ผ่านมายังไม่สามารถจำเรื่องราวที่เคยเกิดได้สมบูรณ์
นี่คงไม่ต้องคิดเลย ว่าจะนึกถึงความจำเมื่อ8ปีที่แล้วได้ยังไง
สมองมนุษย์แม้จะใหญ่กว่าสัตว์อื่นๆ แต่ก็ยังเล็กไปที่จะจำเรื่องที่เคยเกิดขึ้นทั้งหมดในชีวิตได้หมด
เราจึงเลือกที่จะจำเฉพาะบางเรื่อง...
บางเรื่องก็อยากจำ... บางเรื่องไม่อยากจำแต่ก็กลับไม่ลืม...
ความทรงจำบางเรื่องก็ทำให้เรายิ้มได้ บางเรื่องก็ทำร้ายเราได้เสมอ
แต่ที่แน่ๆมันกลับมาหาเราในรูปแบบที่แตกต่างจากเดิมทุกครั้ง เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาที่เกิดการเล่าใหม่
ฉันเรียกมันว่า "การเกิดใหม่ของอดีต"
สิ่งนี้ทำให้อดีตไม่เคยเก่า เวลาย้อนกลับมาหาเราได้เสมอ
ฉันไม่เชื่อคำที่บอกว่า เวลาเหมือนสายน้ำที่ไม่เคยไหลย้อนกลับ
ฉันคิดว่ามันย้อนกลับมาได้เสมอ แต่เป็นรูปแบบที่แตกต่างจากเดิม
อดีตมีความวกวน เล่นกลในตัวเอง มันจึงย้อนยอกกลับมาหาเราเสมอ
อย่างที่เราเรียกมันว่า
"ความยอกย้อนของอดีต"
ย้อนกลับไปหามันได้ แต่อย่าไปยึดติดกับมัน เพราะอนาคตรอเธออยู่
10月3日 กลิ่น
มีคนกล่าวเอาไว้ – ไม่ว่าเราทำอะไร มันมักจะก่อทั้งผลดีและร้ายขึ้นเสมอ การกระทำก็เหมือนกับเหรียญที่มีทั้งด้านหัวและก้อย
ผมลองพลิกมันดูทั้งสองด้าน ......
ทำยังไงถึงจะมองทั้งสองด้านไปได้พร้อมๆกัน?
ผมจับเหรียญวางบนนิ้วโป้งแล้วดีดขึ้นไปบนอากาศจนมันหมุนคว้าง
... เห็นสองด้านพร้อมกันแล้ว... .... .... ....
…แต่เห็นได้ไม่ชัดเท่าไหร่... .... .... .... ....
... ทำยังไงถึงจะเห็นชัดขึ้น... .... .... .... ....
…ผมคิดกับตัวเองอีกครั้ง... .... .... .... ....
เด็ก ๆ วิ่งเล่นหลังโรงเรียนเลิก
“คุณน้ามาทำอะไรที่นี่เหรอคะ”
เด็กหญิงแก้มแดงเรื่อในชุดนักเรียนกระโปรงสั้นเหนือหัวเข่าเข้ามาคุยกับผม นัยน์ตากลมใสบริสุทธิ์จ้องมาที่ผมไม่กระพริบ เส้นผมของเธอเปียกเหงื่อลู่ติดหน้าผาก ท่าทางคงวิ่งเล่นมาจนเหนื่อย
“หนูอายุเท่าไหร่แล้วจ๊ะ?”
“สี่ขวบค่ะ”
เสียงหวานใสตอบกลับมาอย่างว่องไว เธอนั่งลงข้างๆผม เข้ามาใกล้จนได้กลิ่นแชมพูอ่อนผสมกลิ่นเหงื่อเด็ก
“หนูน่ารักจังเลย ขอน้าอุ้มหน่อยนะ”
เด็กหญิงไม่ตอบ ผมจึงจับเธอนั่งตัก ผิวหนังของเราสัมผัสกัน กระโปรงของเธอเลิกขึ้นจนเห็นกางเกงในผ้าฝ้ายสีขาว
“กางเกงในหนูท่าทางจะใส่สบายนะ น้าขอดูหน่อยสิ”
เด็กหญิงไม่ตอบอีก ผมจึงค่อยๆรูดกางเกงในของเธอออกจากขาขาวๆทั้งสองข้าง ผมลองดมดูได้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มผสมกับกลิ่นเหงื่อของเธอผสมกัน หอมจนหยุดดมไม่ได้ มันเตือนให้ผมคิดถึงกลิ่นของแม่ที่คุ้นเคยเมื่อตอนเด็กๆ
... กลิ่นที่แสนคิดถึง ...
“ไอ้เหี้ย! มึงทำอะไรของมึงวะ”
เสียงร้องตกใจของนักการทำให้ผมสะดุ้งจากภวัง มือซ้ายควานหามีดสั้นที่เสียบอยู่กับกางเกงยีนส์ มือขวาเอากางเกงในที่ถืออยู่สักครู่นี้ยัดใส่ปากของเด็กหญิง
“ไอ้สัด! ขืนมึงเดินเข้ามาอีกก้าวเดียวกูจ้วงคออีหนูนี่แน่”
ผมขู่ พยายามทำใบหน้าเหี้ยมเกรียมที่สุดในชีวิต
“ใจเย็นๆ วางมีดก่อน มีอะไรค่อยมาคุยกันได้”
ท่าทีของนักการอ่อนลงเมื่อเห็นแววตาเอาจริงของผม ผมกระชับตัวเด็กน้อยแน่น เธอไม่ร้องสักเอะ ต่างจากคนรอบตัวที่เริ่มมามุงดูเราเยอะขึ้นเรื่อยๆ อย่างครูสาวคนนั้นแค่เห็นมีดก็กริ๊ดสลบ นักเรียนหญิงกลายเป็นตัวประกันในช่วงพริบตา ผมแน่ใจว่าตัวเองกำลังมอบวินาทีที่สำคัญที่สุดในชีวิตให้เธอ
เด็กนักเรียนหลายคน วิ่งไปชิดกำแพง แอบดูอยู่ไกลๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เด็กหญิงยังไม่ร้องสักเอะ ได้แต่จ้องผมตาใสแป๋ว
“เด็กดี อยู่นิ่งๆนะจ๊ะ อีกสักพักเดี๋ยวก็จบแล้ว”
ผมปลอบเด็กน้อย ก่อนจะดึงกางเกงในที่อุดปากเธออยู่นั้นมาซับเหงื่อให้ตัวเอง
"แน่จริงมึงเอามีดปาดคอกูสิวะ"
เสียงเด็กหญิงที่เคยหวานเจี๊ยวแจ๊วเมื่อครู่นี้ กลายเป็นเสียงต่ำกรอดลอดไรฟันน่าขนลุก
“ไอ้สัด! ไม่ได้ยินหรือยังไง แน่จริงมึงเอามีดปาดคอกูสิโว้ย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
เด็กหญิงหัวเราะรวน จ้องผมไม่กระพริบตา เส้นเลือดแดงก่ำ เส้นเอนปูดโปน ผมตกใจจนปล่อยเธอลง ร่างของเธอกระแทกกับพื้นอย่างแรง หัวเข่าถลอกปอกเปิกไปหมด
“มึงรู้มั้ยว่ากูลูกใคร “
เด็กหญิงลุกขึ้นยืนช้าๆ เธอเดินมาหาผมที่กำลังถอยหนีตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด
“กูถามว่า มึงรู้มั้ยว่ากูลูกใคร!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
เธอเปลี่ยนจากเสียงต่ำลอดไรฟันเป็นเสียงตะคอกดังจนผมเข่าอ่อนลงไปทรุดนั่งลงกับพื้นสนาม
“กูจะไปรู้ได้ไงวะอีเหี้ย”
ผมอยากขยับหนี แต่ขาผมมันไม่ยอมเชื่อฟัง เธอเข้ามากระชากคอเสื้อแล้วกระซิบข้างหูผม
“จำใส่กบาลเน่าๆมึงไว้ พ่อกูชื่อคานธี ”
“คานธี...”
ผมทวนชื่อซ้ำ แทบไม่อยากเชื่อหูของตัวเอง ผมรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน น้ำหูน้ำตาไหล ทนไม่ไหวจนต้องอาเจียนโรตีไส้กล้วยที่กินเข้าไปเมื่อเช้าออกมาจนหมด
เด็กน้อยมองหน้าผมด้วยสายตาของผู้ชนะ ... ... ... ...
.. ผมนั่งกอดเข่า ตัวสั่น ด้วยความหวาดกลัวและสับสน ..
...ความรู้สึกมึนงงเข้าจู่โจมเหมือนใครสักคนเอาไม้ฟาดเปรี้ยงเข้ากลางกบาล...
...ผมจำอะไรไม่ได้เท่าไหร่ รู้สึกเพียงแค่ว่าในปากมีรสเฝื่อนขมของอาเจียนติดอยู่เท่านั้น...
ผมคลำหาเหรียญในกระเป๋า แต่สิ่งที่ล้วงออกมาได้กลับเป็นกางเกงในสีแดงกรัง
...ไม่ใช่สิ...
ผมแน่ใจว่าก่อนหน้านี้มันเป็นสีขาว...
ผมรู้สึกคุ้นเหมือนเคยเห็นมันที่ไหนสักที่
ผมลองตรวจสอบด้วยสายตา
กางเกงในลายลูกไม้อย่างดีท่าทางเป็นของราคาแพง
เมื่อลองดมดูผมได้กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มผสมกลิ่นเหงื่อเด็กที่เจืองจางกับกลิ่นเลือด
...หอม...จนผมหยุดดมไม่ได้...
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|